แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปูสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปูสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

แนวทางการอนุบาลลูกปูนา และ ลูกปูน้ำจืดชนิดต่างๆ ให้มีโอกาศรอดชีวิตสูง


      การอนุบาลลูกปูนา และ ลูกปูน้ำจืดชนิดต่างๆนั้น มักจะพบปัญหาสำคัญมากๆ อยู่บางประเด็นเช่น การปรับตัวไม่ได้กับสภาพแวดล้อมใหม่ๆของลูกปู , การลอกคราบไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการขาด อ็อกซิเจน หรือ สารอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจาก ลูกปูจะมีการลอกคราบค่อนข้างบ่อย ในปูนาที่เป็นตัวอ่อนหลังจากฟักออกจากไข่จนถึงตัวเต็มวัยจะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน และตลอดการเจริญเติบโตจนถึง 8 เดือน จะมีการลอกคราบประมาณ 13-15 ครั้ง ซึ่งในช่วงระยะแรกจะมีการลอกคราบบ่อย และช่วงหลังจะมีช่วงการลอกคราบน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งเป็นตัวเต็มวัยแล้ว อัตราการลอกคราบก็จะยิ่งน้อยลงๆ เรื่อยๆ นั่นเองและ สิ่งที่ผู้เลี้ยงมักจะพบเจอกันเป็นประจำก็คือ การกินกันเอง ระหว่างการลอกคราบ ซึ่งก็เป็นเพราะ ปูน้ั้นมีนิสัย ในการเป็นสัตว์ที่กินกันเองได้เสมอนั่นเอง ดังนั้น อัตราส่วนในการเลี้ยง ลูกปูนาวัยอ่อนนั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรเลี้ยงรวมกันอย่างไม่หนาแน่นโดยอัตราการเลี้ยง และ อนุบาลที่เหมาะสม จะอยู่ที่ประมาณ 25 - 100 ตัว / 0.13 ตารางเมตร หรือ ประมาณ 10,000 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตรนั่นเอง แต่แน่นอนว่า การเลี้ยงแบบหนาแน่นน้อย ก็ย่อมจะทำให้ ลูกปูนั้น มีโอกาศรอด และ เติบโตได้ดีมากขึ้นนั่นเองครับ



ตัวอย่างการจัดอ่างเพาะเลี้ยง และ อนุบาลลูกปู

    ส่วนแนวทางการอนุบาลลูกปู ให้มีโอกาศรอดได้มากขึ้นนั้น เราอาจจะทำการแยกลูกปู มาอนุบาลในภาชนะ หรือ บ่อที่เราจัดเตรียมเอาไว้หลังจากนั้น เราอาจจะใส่ที่หลบเพิ่มเติมให้กับลูกปู ตามที่เราสามารถสะดวกทำได้ก็ได้ครับ เช่น ใส่มัดเชือกฟาง พลาสติค หรือ ขอนไม้ที่มีมุมเอาไว้ให้ลูกปูหลบซ่อนมากขึ้น ก็จะสามารถช่วยให้อัตราการทีลูกปูจะมีอัตรารอดสูงขึ้น จนโตมีมากขึ้นครับ เพราะว่าปูจะมีที่หลบซ่อนหลังจากการลอกคราบมากขึ้นนั่นเอง แล้วหลังจากนั้น ให้เราทยอยทำการคัดขนาดลูกปู เป็นระยะ เพื่อให้ ปูที่ยังมีขนาดเล็กที่เหลือ ได้ทยอยเติบโตขึ้นมาเป็นรุ่นๆได้เรื่อยๆนั่นเอง นอกจากนี้นั้น การให้อาหารที่ทั่วถึง ก็มีความจำเป็นมาก โดยผู้เลี้ยง ควรจะต้องกะปริมาณอาหารที่ให้เพียงพอกับลูกปู และไม่มากเกินไป จนน้ำเสีย เพราะจะเป็นอันตรายอย่างมากต่อลูกปูครับ 


เรียบเรียง : กษิดิศ  วรรณุรักษ์

ความรู้เกี่ยวกับ การลอกคราบของปูนา และ ปูทุกชนิด



    เช่นเดียวกับสัตว์ในตระกูลครัสเตเชียลชนิดอื่นๆ ปูเป็นสัตว์ที่จะกินอาหาร และ เก็บสะสมสารอาหารต่างๆ เอาไว้ในตับอ่อนของตัวเอง ในระหว่างนั้น ฮอร์โมนกระตุ้นการการลอกคราบ หรือ molting hormone ก็จะเริ่มกระจายไปทั่วตัวปู และ ปูจะเริ่มกระบวนการของการสร้างกระดองใหม่ โดยที่กระดองใหม่ ที่จะขึ้นมานั้น ก็จะซ้อนอยู่ข้างใต้กระดองเก่านั่นเอง และ เมื่อปูพร้อมที่จะลอกคราบแล้ว กระดองด้านนอก ก็จะเริ่มมีรอยปริตรงรอยต่อ ระหว่างกระดองกับท้องของปู หลังจากนั้น ปูก็จะพยายามดันตัวเองออกมา โดยใช้เทคนิคถอยหลังออกจากกระดองเก่า และในเวลาไม่นานนัก กระดองอันเก่าของปูก็จะหลุดออกมา เผยให้เห็นกระดองใหม่ของปูที่ยังไม่แข็งนั่นเอง และ กระดองใหม่ซึ่งถูกสร้างขึ้นในระยะแรก จะมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ เปลือกของปูนั้นประกอบไปด้วยสารประกอบจำพวกไคติน,โปรตีน ,แร่ธาตุ และ เซลลูโลสอีกจำนวนหนึ่ง
     โดยไคตินจะเป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะหลายๆส่วนของปู ไม่ว่าจะเป็น ขน,หนาม และ ส่วนประกอบที่เป็นเปลือกลำตัว ฯลฯ ปูนั้นจัดเป็นครัสเตเชียลที่มีเปลือกแข็งมาก เมื่อเทียบกับ ญาติๆของมันในกลุ่มครัสเตเชียลประเภทอื่นๆ นอกจากนี้แร่ธาตุประเภทแคลเซียม ก็จำเป็นกับการสร้างเปลือกของปูเช่นกัน โดยปูที่อยู่ในทะเลจะสามารถดูดซับแคลเซียมได้เป็นอย่างดีจากน้ำทะเล แต่กับปูน้ำจืดนั้น จะได้รับแคลเซียมจากอาหารที่รับประทานมากกว่าการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆจากในน้ำจืด บางครั้งเราจึงพบว่าปูน้ำจืดต้องมีการกินเปลือกเก่าของตัวเอง เพื่อนำแคลเซียมและส่วนประกอบอื่นๆที่สูญเสียไป จากการลอกคราบกลับคืนมาสู่ร่างกายของปูอีกครั้ง หรือ อาจจะไปหาแร่ธาตุ และสารที่จำเป็นต่อการทำให้เปลือกแข็งตัวเพิ่มเติม จากหอยน้ำจืดขนาดเล็ก ที่ปูสามารถรับประทานได้ ดังนั้นในการเลี้ยงและดูแลปูน้ำจืดอย่างปูนาในปริมาณมากๆนั้น อาหารที่ให้จึงต้องมีความหลากหลาย และ เพียงพอต่อความต้องการของปูในที่เลี้ยง ที่ยิ่งเลี้ยงหนาแน่น ก็จะต้องคำนวณปริมาณการให้อาหารที่หลากหลายมากขึ้น 
      และในระหว่างที่มีการลอกคราบนั้น ปูนาก็จะหาที่หลบซ่อนตัว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองนั้นจะปลอดภัยในระหว่างกระบวนการลอกคราบ ซึ่งในช่วงนี้นั้น ปูจะมีลำตัวอ่อนนุ่มและไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลยครับ ต้องรอจนกระดองแข็งแล้ว จึงสามารถออกจากที่ซ่อนของตัวเอง เพื่อดำรงชีวิตไปตามปกติของตัวเองต่อไปได้ครับ ซึ่งในช่วงนี้ นับเป็นจุดที่อันตรายมากๆ ผู้เลี้ยงต้องคอยหมั่นดูแล เช่น ถ้าพบเจอปูนากำลังลอกคราบใหม่ๆ อาจจะหาตะกร้าพลาสติคที่มีรูระบายน้ำมาครอบตัวปูเอาไว้ซักช่วงระยะสั้นๆ ก็สามารถทำได้ครับ แต่ถ้าพบว่ามีปูตัวผู้มาใกล้ๆ โดยไม่ทำอันตราย ก็อาจจะเป็นสัญญาณว่า อาจจะมีการผสมพันธุ์กันก็เป็นไปได้ครับ จึงควรจะตัดสินใจให้ดี กับการจัดการในส่วนนี้ครับ 

เรียบเรียง : กษิดิศ  วรรณุรักษ์



ความสามารถในการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมของปูนา และ ปูชนิดอื่นๆ




    ปูนั้นเป็นสัตว์ที่มีความสามารถในการปรับสีสันของตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ๆปูอาศัยอยู่นั่นเอง ( คล้ายๆกับกิ้งก่า ) โดยอาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในกระบวนการปรับสีสัน จะไม่เร็วเท่ากับ กิ้งก่า หรือ ปลาหมึก เป็นการปรับตัวอย่างช้าๆ โดยในบางครั้งก็ต้องมีการลอกคราบก่อน สีถึงจะค่อยๆปรับเปลี่ยนไป โดยจุดมุ่งหมายสำคัญของการปรับสีสันนั้น ก็เพื่อการเอาตัวรอดจากผู้ล่าต่างๆในธรรมชาตินั่นเอง  สำหรับประสบการณ์ที่ผู้เขียนพบเจอมานั้น ปูตามธรรมชาติหลายชนิด สีสันไม่สวยเลย แต่พอนำมาเลี้ยงในที่เลี้ยงแล้ว กลับมีสีสันที่สวยงาม ขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ ซึ่งก็คงเป็นปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อม และ อาหารที่ให้นี่เอง ที่ทำให้ ปูหลายๆชนิด จากสีสันที่ไม่โดดเด่นอะไรเลยในธรรมชาติ กลับมามีสีสันที่สวยขึ้นได้ครับ โดยส่วนมาก ปูที่ยังมีขนาดไม่โตเต็มวัยนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงของสีสันได้มากกว่า ปูที่โตเต็มวัยครับ เช่น ปูในกลุ่ม ปูแสมบก ลูกปูที่มีขนาดเล็กจะมีสีสันที่ไม่สดใส ไม่เหมือนกับปูที่เป็นตัวเต็มวัยแล้ว ที่จะมีสีสันสวยงามกว่ามากครับ เพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการมีชีวิตรอดจากผู้ล่า ในขณะที่ยังเป็นลูกปูซึ่งอ่อนแอมากๆนั่นเองครับ  ในส่วนของปูนานั้น ก็มีความสามารถในส่วนนี้เช่นกัน โดยในบางครั้ง สีสัน ที่ออกมาเต็มที่ในภายหลัง จากการนำมาเลี้ยงในธรรมชาตินั้น ช่วยให้เราสามารถจำแนกชนิดของปูนาได้จากการสังเกตภายนอกเลยทีเดียว 

เรียบเรียง : กษิดิศ  วรรณุรักษ์ 
Referrence : ขอขอบคุณภาพลูกปูจาก facebook : Premiumallfood ครับ 

ความรู้เกี่ยวกับ ปูแดง ปูน้ำจืดสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ




     ปูแดง (Pudaengon sp.) เป็นปูที่มักพบอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ต่อไปถึงชายแดนประเทศลาว ที่อาศัยพวกนี้ก็จะเหมือนกลุ่มปูแป้ง,ปูป่า ชนิดอื่นๆที่มักจะขุดรูอาศัยตามบนภูเขาโดยจะขุดรูอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่สะอาดและเย็น ( ปูแดง เป็นชื่อสามัญ ที่ใช้เรียกเกี่ยวกับปูสวยงามในวงศ์นี้ หลายชนิด )  ปูแดง เป็นปูน้ำจืดที่สวยมากโดยส่วนปลายก้ามของปูชนิดนี้ จะมักจะมีสีฟ้าเด่นที่ตัดกับขาสีส้มและตัวสีดำ การเลี้ยง เป็นปูที่เลี้ยงง่ายโดยที่เลี้ยงสามารถใช้กล่องพลาสติกหรือตู้ที่มีฝาปิดมิดชิดและหนัก (ปูชนิดนี้ปีนเก่งเเละแรงเยอะมาก)โดยน้ำจะใส่ไม่สูงมาก ให้เพียงราวๆ 3 - 4  เซนติเมตรจะเป็นระดับน้ำที่ ปูสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบาย และควรดูแลน้ำให้สะอาด ในที่เลี้ยงพยายามอย่าให้อุณหภูมินั้นเกิน 30 องศาเนื่องจากเป็นปูชนิดที่ค่อนข้างชอบความเย็น ซึ่งถ้าเจออากาศที่ร้อนจัดมากๆ
อาจจะทำให้ปูเครียด และ อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ จนตายได้เหมือนกันครับ