วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

My Notebook for sale : Funny with Silkie




   Notebook with cute Silkie chicken cartoon- 110 pages- lined note book- 6" x 9" The author would like to thank you for your patronage. Part of the revenue from the sale of this article will be used to take care of homeless cats and dogs and donate to other charities in the author neighborhood ^ _ ^ .

 https://www.amazon.com/dp/B08B2G28P5

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2563

ปลาปักเป้า ตัวใหญ่ๆ อย่างเอ็มบลู นั้น ระบบกรอง และ การรองพื้นตู้นั้น ควรจะเป็นแบบใหน ?


   ปลาปักเป้าขนาดใหญ่ๆ อย่าง ปักเป้า เอ็มบลูนั้น  จะมีการขับถ่ายของเสีย ที่มากกว่าปั๊กเป้า ขนาดเล็กๆ อย่างปั๊กเป้า เขียวจุด และ ปั๊กเป้าน้ำจืดอีกหลายๆชนิดมาก  และเป็นสัตว์ที่กินอาหารสดเป็นหลัก  ดังนั้นในการเลี้ยงปลาปั๊กเป้าขนาดใหญ่เช่นนี้นั้น  ให้มีสุขภาพดีในระยะยาวนั้น ระบบกรอง จะต้องมีประสิทธิภาพดีมากๆ โดยเราอาจจะใชวัสดุกรองชั้นดี อย่างเช่น หินพัมมิส หรือ เซรามิคริง มาใส่ในกรองครับ ส่วนตู้นั้น ถ้าจะปล่อยโล่งๆ ก็ได้  หรือถ้าอยากให้มีความสวยงาม ก็อาจจะปูทรายขาวบางๆ เสียหน่อย ให้ปลาได้ว่ายพุ้ยทรายเล่น ก็ช่วยให้ผู้เลี้ยงดูปลาได้เพลิดเพลินดี  คล้ายกับในธรรมชาติ  และ ยังช่วยขับสีสันของปลาให้เด่นขึ้นได้อีกนิดหน่อยด้วยครับ 


********************************************************
แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้เพิ่มจากการใช้งานโหลดเลย ฟรี  !!! ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า  

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak

สนใจเล่นหวย Online เล่นได้หลายแบบ จับยี่กีก็มี เล่นได้เพลินๆ ทั้งวัน สนุกสนาน บาทเดียวก็เล่นได้

https://www.huay.com/af/a/5949f4840caf4289a2f0d1d66cdd2b16

************************************************************

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ปลาคาร์ฟนั้น จะมีอายุยืนยาว และ ขนาดใหญ่ได้ถึงประมาณเท่าใดหรือครับ ?




   สำหรับอายุของปลาสุภาพ หรือปลาคร๊าบบบบบบ ( ลากเสียง ) นั้น  ปลาคาร์ฟนั้นจัดได้ว่าเป็นปลา
น้ำจืดชนิดหนึ่ง ที่มีอายุยืนยาวมาก โดยเฉพาะในเขตที่อากาศหนาว และเมื่อปลาได้มีช่วงจำศีลบ้าง ในแต่ละปี ก็จะทำให้อายุปลาคาร์ฟนั้นยืนได้ถึงหลักสองร้อยกว่าปีได้อยู่นะครับ อายุยืนยาวอย่างไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะครับ ส่วนในพื้นที่ และ การเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป อายุขัยก็จะลดหลั่นลงไปตามลำดับ ส่วนขนาดของปลาคาร์ฟนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ,สายพันธุ์,อาหาร และสิ่งแวดล้อมต่างๆในการเลี้ยงด้วยครับ ว่าจะเลี้ยงปลาคาร์ฟ ได้ใหญ่ขนาดใหนครับ ในเขตหนาว จะเลี้ยงปลาคาร์ฟได้ใหญ่กว่า เพราะว่า ปลาคาร์ฟ จะไม่ถูกเผาผลาญไขมันสะสมมากครับ ปลาจะตัวใหญ่ อ้วน พ่วงพี ดีแท้เน่อ


Reference :
[online] https://www.youtube.com/watch?v=4UqzrO34hP0

 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

ตู้ปลาที่บ้านนั้น ควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำกันเมื่อไหร่ดี ?


    มาอีกแล้ว สำหรับคำถามยอดฮิต ติดตลาด อีกคำถามหนึ่ง โดยเฉพาะพี่น้องที่เป็นมือใหม่ จะมักสงสัย และ ลังเลอยู่เสมอว่า เมื่อใหร่ ที่ควรจะต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำดี อันนี้ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าน้ำสะอาดอยู่ดีแล้ว โดยการที่ผู้เลี้ยงอาจจะสังเกต จาก กลิ่น,สีสันของน้ำ หรือ การวัดค่าต่างๆ ในน้ำ ว่าน้ำยังมีคุณภาพเป็นปกติแล้ว เราก็อาจจะทำการถ่ายน้ำเพียงเล็กน้อย ประมาณ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ ต่อรอบ 3 – 7 วันครั้งมากกว่า โดยอาจจะใช้เครื่องมือดูดของเสียที่เป็นทรงกระบอก มีจำหน่ายทั่วไป ตามร้านขายปลาสวยงามดูดก็ได้ครับ หรือ ถ้าเป็นตู้ปลาที่ลงดินแล้ว ก็อาจจะล้างแค่กรองหยาบด้วยน้ำในตู้เอง หรือ นานๆ ที ล้างกรองซักครั้งหนึ่งก็ได้ เพราะว่าการล้างตู้แบบล้างเกลี้ยง 100 เปอร์เซ็นต์เลยนั้น ค่า Ph และค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ในน้ำ จะเปลี่ยนแปลงไปหมด และ อาจจะเกิดการแกว่งอย่างรุนแรง ทำให้ปลาต่างๆ โดยเฉพาะปลาขนาดกลาง และ เล็กบางชนิด ป่วย และ ถึงกับตายได้ง่ายๆ เลยครับ ในบางกรณีที่เลวร้าย ก็อาจจะตายพร้อมกันเป็นฝูงๆ ทั้งหมดเลย ก็สามารถเกิดขึ้นได้ครับ


    ส่วนการใส่สารเคมีต่างๆ เพิ่มเติมไปนั้น ถ้าจะใส่ด่างทับทิม ก็ต้องล้างตู้ให้สะอาดนะครับ ไม่อย่างนั้น ระบบกรองก็จะล่มเอาได้ง่ายๆ และจริงๆ แล้ว ด่างทับทิมนี่เหมาะกับการล้างตู้ครั้งแรก ก่อนลงปลาเสียมากกว่าครับ ส่วนในเรื่องของเกลือนั้น ใส่ได้นิดหน่อย เป็นการเสริมเกลือแร่ แต่ถ้ามากเกินไป ปลาหลายๆ ชนิด โดยเฉพาะปลาเล็กๆ อาจจะมีปัญหาเป็นโรคไตหลังเอ็กซ์ (ไตวาย) ถึงแก่ชีวิตได้ง่ายๆ ครับ เพราะว่า ปลาเล็กนั้น ระบบการทำงานของไต ก็จะทนความเค็มได้น้อยกว่าปลาใหญ่ครับ
การจะเปลี่ยนน้ำตู้ปลาของเรานั้น เป็นประจำมาก – น้อยแค่ไหน ส่วนหนึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณปลาในตู้ของเราด้วยล่ะนะครับ ว่ามาก – น้อยเพียงใด ขนาดของตู้ก็เป็นส่วนสำคัญ ถ้าตู้ใหญ่ ปริมาณน้ำมาก โอกาศที่ค่าต่างๆ ในน้ำ ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ก็จะช้ากว่า ตู้เล็กๆ ด้วยครับ



 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************


กุ้ง Florida crayfish หรือ Procambarus alleni




    กุ้งเครย์ฟิช Procambarus alleni  (ต่อไปในบทความ จะขอเรียกอย่างย่อๆว่า P.Alleni ) ชนิดนี้นั้น  มีแหล่งกำเนิดอยู่ในพื้นที่ทางตะวันออก ของแม่น้ำเซนต์ จอห์น ไปจนถึงในแถบพื้นที่ของรัฐ หลายๆรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น รัฐเพนนิซูล่า ,ฟอร์ริด้า  และ พื้นที่ใกล้เคียงบางส่วน   ในธรรมชาติพบได้ในหลากหลายรูปแบบพื้นที่ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น แหล่งน้ำไหล ลำธาร และ แม่น้ำต่างๆ  หลายๆท่าน อาจจะไม่ทราบว่า กุ้งชนิดนี้นั้น สีสันตามธรรมชาติ จะเป็นสีเทา และ น้ำตาลเป็นหลัก  ส่วนสีน้ำเงินเข้ม ( ทางตะวันตก นิยมเรียกสีน้ำเงินเข้ม โทนนี้ว่า Cobalt blue )ที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงนั้น  เกิดจากการพัฒนาสีสัน โดยมนุษย์ มาเป็นเวลานานปี  ก่อนจะมีสีน้ำเงินเข้มสดใสอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันครับ ( ถ้าสีสันสดใสแสบตา ขนาดนี้ในธรรมชาติจริงๆ เกรงว่าจะไม่รอดจากปากเหยี่ยว,ปากกา และ สารพัดนักล่าต่างๆไปได้นั่นเองครับ )

      รูปร่างลักษณะโดยรวมๆแล้ว ถ้าเทียบกับกุ้งเครย์ฟิช P.clarkii  ที่หลายๆคนคุ้นเคยนั้น กุ้ง อัลเลนี่ จะมีช่องว่างระหว่างเส้นลายเปลือกรูปตัว V มากกว่า P.clarkii เป็นลักษณะที่เห็นได้อย่างชัดเจน และ ในส่วนของก้าม ก็มีขนาดที่เรียวเล็กกว่ามากด้วย นอกจากนี้เปลือกส่วนหัวของ P.clarkii ก็จะมีจุดเล็กๆประปรายไปทั่ว ถ้าเทียบกับ P.Alleni ครับ

     สำหรับในที่เลี้ยงนั้น  ผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ได้ใน  ตู้ที่มีขนาดไม่เล็กเกินไปนัก คือตั้งแต่ 20 – 24 นิ้วขึ้นไปได้ จะเป็นการดี เพื่อให้ดูแลระบบต่างๆ ได้สะดวกขึ้นครับ  กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ สามารถเลี้ยงได้ในน้ำสะอาด ไม่มีค่าของเสีย เช่น ไนไตรท์ หรือ แอมโมเนีย ปะปนในปริมาณมากเกินไป ส่วนค่าของ pH ควรอยู่ที่ประมาณ 6.5 – 8.5 , ค่า kH 3-10 ค่า gH 4-10  ค่า TDS ประมาณ 100-300 และอุณหภูมิที่เหมาะสม จะอยู่ในช่วง 23 – 27 องศาเซลเซียสครับ  ในที่เลี้ยงก็ไม่ควรจะปลูกต้นไม้น้ำ เพราะว่ากุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ สามารถกัดแทะไม้น้ำได้อย่างสบายๆครับ  ถ้าจะเลี้ยงปลาด้วย ก็ต้องเป็นปลาที่ไม่ดุ และ ถ้าไม่ต้องการให้ปลาถูกจับกินได้ง่ายนัก ก็ควรจะเป็นปลาเล็กๆ ที่ว่ายน้ำด้วยความไว และ อาศัยอยู่กลาง หรือ ผิวน้ำเป็นหลักครับ

      กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้นั้น เป็นกุ้งที่ทานอาหารได้ง่าย  ในธรรมชาตินั้นกุ้งเอง จะกินอาหารได้หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตะไคร่,ใบไม้,แมลงและตัวอ่อนแมลงขนาดเล็กๆในน้ำ จนกระทั่งถึงสัตว์น้ำเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกปลา หรือ แม้กระทั่งกุ้งด้วยกันที่มีขนาดเล็กกว่า ก็สามารถทานได้  ในที่เลี้ยงกุ้งชนิดก็จึงไม่มีปัญหาในการกินอาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารสด และ อาหารสำเร็จรูปจมน้ำครับ

 สำหรับการผสมพันธุ์กุ้งชนิดนี้นั้น  ก็เป็นเช่นเดียวกับญาติๆ ในตระกูลเดียวกัน คือ จะออกลูกเป็นไข่ และพัฒนาตัวเป็นตัวอ่อนอยู่ที่หน้าท้องของแม่กุ้ง  สำหรับการดูเพศนั้น ถ้าดูจากภายนอก กุ้งตัวผู้ จะมีก้ามที่ใหญ่ และ ยาวกว่าตัวเมียเล็กน้อย ลำตัวเพรียวกว่า ในขณะที่ตัวเมีย ก้ามจะค่อนข้างสั้นกว่าตัวผู้ และมีทรงก้าม และบริเวณลำตัวที่อ้วนป้อมกว่า ถ้ามองจากด้านบน  แต่ถ้าจะให้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์  ก็สามารถหงายท้องดูเพศได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ขนาดที่ยังไม่ใหญ่มากครับ หลังจากการผสมพันธุ์กันเรียบร้อยแล้ว และตัวเมียได้นำเชื้อของตัวผู้มาผสมกับไข่ที่ผลิตไว้ในตัวเองตามขั้นตอนตามธรรมชาติ ไข่ก็จะค่อยๆ ถูกลำเลียงลงไปเก็บไว้ที่ส่วนครีบโบกบริเวณหน้าท้องของตัวเมีย และตัวเมียจะทำการโบกครีบไปมาช้าๆไปเรื่อยๆ เพื่อให้อ็อกซิเจนกับไข่ และตัวอ่อนไปจนกว่า ลูกกุ้งจะโตและลงเดินออกจากส่วนหน้าท้องของแม่ครับ ซึ่งปริมาณของไข่ และตัวอ่อน ก็จะขึ้นอยู่กับขนาด และ ความสมบูรณ์เพศของแม่กุ้ง และ พ่อกุ้งด้วยครับ  ถ้ามีขนาดใหญ่ และ มีความสมบูรณ์เพศมาก ก็จะได้ปริมาณผลผลิตที่มากขึ้นด้วยครับ

    ในปัจจุบันแม้ว่ากุ้งชนิดนี้ จะมีราคาที่ย่อมเยาลงมาก ทำให้กลายเป็นกุ้งเครย์ฟิช ในระดับที่เป็นกุ้งพื้นฐาน ที่ผู้คนเริ่มเลี้ยงกัน แต่เนื่องจากมีความใกล้ชิดทางสายพันธุ์กับ P.clarkii เป็นอย่างมาก จึงสามารถนำไปผสมกันได้ กับกุ้ง P.clarkii หลากหลายสีสันได้ ด้วยความหวัง จากนักพัฒนากุ้งสวยงามว่า จะสามารถรังสรรค์ กุ้งลูกผสมสีสันใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดได้ นั่นเองครับ



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

ปลาทองมีพวกเห็บเกาะอยู่จะทำอย่างไรดี ?


     สำหรับปัญหานี้นั้น เบื้องต้น ถ้ามีเห็บติดปลาไม่กี่ตัว  ก็อาจจะใช้คีมดึงออกไปเบาๆ จากนั้นให้เรานำปลาทองไปพักในสถานที่ใหม่ จากนั้น ให้เราเอาวัสดุกรอง และ รองพื้นไปตากให้แห้ง แล้วล้างด้วยน้ำเกลือเข้มข้น ( อัตราส่วนประมาณ เกลือสองส่วน ต่อน้ำหนึ่งส่วนครับ )  หรือ ลวกน้ำร้อนกับวัสดุรองพื้น และวัสดุกรอง , ของแต่งตู้ต่างๆ เพื่อฆ่าพวกเห็บพวกนี้อีกทีครับ หรือ อาจจะใช้ยาปฏิชีวนะในชนิดที่เหมาะสม แช่ตัวปลาด้วยน้ำที่ผสมน้ำยาพวกนี้ก็ได้ครับ ส่วนในบ่อ หรือ สถานที่เลี้ยงนั้น จะใช้ยาปฏิชีวนะที่ใช้สำหรับฆ่าปรสิต ใส่ในน้ำที่เลี้ยงปลาอยู่ ก่อนถ่ายน้ำออก แล้วเติมน้ำใหม่ก็ได้ครับ

     เห็บปลานั้น สามารถติดมาได้จากหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็น จากการนำปลาตัวใหม่เข้ามาในที่เลี้ยง โดยไม่ได้กักโรคมาก่อน , จากพืชน้ำ และ สาหร่าย ที่อาจจะเก็บจากธรรมชาติ และ ซื้อเข้ามาในบ้านครับ และที่สำคัญก็คือ ต้องระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเข้าสู่ระบบกรองของเราได้ เพราะยิ่งระบาดในบ่อเลี้ยงปลาเรามากเพียงใด ความปวดเศียร เวียนเกล้า ก็จะยิ่งมากขึ้นไปเป็นทวีคูณนั่นเองครับ และการจัดการแก้ปัญหาก็จะยิ่งยากเข้าไปเรื่อยๆเป็นลำดับครับ 


Reference :
 https://www.youtube.com/watch?v=qCz43zvICgc
 

****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 
https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

ปลา Congo Tetra ปลาสวยงาม เลื่อมพราว สวยสะดุดตา




    ปลา Congo Tetra หรือ Phenacogrammus interruptus เป็นหนึ่งในปลาตระกูล คาราซิน แห่งทวีปแอฟริกา ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ด้วยสีสันทั่วลำตัวที่เต็มไปด้วยสีเหลือบรุ้ง แสนสวยงาม ไปทั้งครีบและหางทำให้เป็นหนึ่งในปลาที่นักเลี้ยงปลาสวยงาม ทั่วโลกหลงใหลในความสวยงามของมัน

    ปลาคาราซิน ที่รักสงบชนิดนี้ สามารถเลี้ยงรวมกันเป็นกลุ่มได้อย่างสบาย โดยตัวผู้ที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วสามารถที่จะมีขนาดโตได้ถึงประมาณ 3 นิ้วขึ้นไปเลยทีเดียว ปลาชนิดนี้ นั้นเป็นปลาที่ต้องการพื้นที่ๆกว้างขวางในการว่ายน้ำไปมารอบๆ สภาพแวดล้อมที่ดี และ เหมาะสมกับเขา จะทำให้ปลาไม่เครียด และ เปล่งสีสันที่สวยงามที่สุดให้ผู้เลี้ยงได้ชื่นชมต่อไปครับ

     ปลาคองโก เตตร้า เป็นปลาที่ต้องการสภาพน้ำที่อ่อน ผู้เลี้ยงสามารถปรับค่าสภาพน้ำให้เหมาะสมกับเขาได้ โดยการหยอดน้ำหมักพีชมอส หรือ น้ำใบหูกวางหมักลงไป เพื่อปรับสภาพน้ำในตู้ก็สามารถทำได้ ผู้เลี้ยงควรปลูกพืชพรรณไม้น้ำปกคลุมไปทั่วตู้เลี้ยง และ ใช้แสงไฟอ่อนๆ ให้กับการเลี้ยงปลาชนิดนี้ครับ
 
    ปลาชนิดนี้ สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้งอาหารสด และ อาหารสำเร็จรูป ผู้เลี้ยงควรสลับการให้อาหารให้หลากหลาย เพื่อสุขภาพที่ดีของปลาครับ

    และสำหรับการเพาะพันธุ์ปลาคองโกเตตร้านั้น ปลาชนิดนี้ ต้องการพื้นที่ในการเพาะพันธุ์ค่อนข้างมากซักหน่อย พร้อมกับการหมักน้ำให้มีความเป็นกรดสูง และเปิดแสงสว่างให้มาก ปลาจะเริ่มจับคู่วางไข่ กันโดยจะปล่อยไข่ลงไปยังพื้นด้านล่างของที่เลี้ยงและหลังจากนั้นตัวอ่อนของปลา ก็จะฟักออกจากไข่ เพื่อให้ผู้เลี้ยงได้ทำการอนุบาลด้วยอาหารมีชีวิตขนาดเล็กต่อไปครับ


Reference :
 https://www.youtube.com/watch?v=CCvdPPHkb-8


****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


**************************************************************** 

ปลาบู่ หมาจู เลี้ยงในตู้ไม้น้ำได้หรือไม่ ?



      เมื่อครั้งกระผมยังเด็ก กระผมเคยไปช้อนเจ้าปลาชนิดนี้มาเลี้ยงตามร่องสวน ตอนหน้าน้ำหลากเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าสมัยนี้ ที่ร่องสวนเดิม จะยังมีอยู่หรือเปล่า แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาชนิดนี้นั้น ก็จัดได้ว่าเป็นปลาที่หาซื้อได้ไม่ยาก และ ราคาไม่แพงครับ และ สีสันที่สวยงามของปลาชนิดนี้นั้น ก็ตัดกับสีเขียวๆ ในตู้ไม้น้ำได้เป็นอย่างดี แถมยังว่ายโชว์ตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้พี่ๆน้องๆหลายๆท่าน อดที่จะมีปลาชนิดนี้ประดับตู้ไม้น้ำเอาไว้ไม่ได้  แต่อย่างไรก็ตามปลาชนิดนี้ เป็นปลาที่ชอบกินอาหารสดขนาดเล็กๆ และ เป็นนักล่าขนาดเล็กที่มีฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าผู้เลี้ยงๆ พวกกุ้งแคระ เอาไว้ที่ในตู้ , กุ้งแคระ ก็จะมีโอกาสโดนกินได้ไม่ยากเลยทีเดียวครับ  แต่ถ้าไม่ได้ลงพวกกุ้งแคระเอาไว้ ก็สามารถจะให้อาหารสด ที่เป็นพวกสัตว์มีชีวิตเล็กๆ  เช่นไรน้ำ , ลูกน้ำ , ไรทะเล หรือ หนอนแดง,ไส้เดือนน้ำ ล้างให้สะอาดเป็นอาหารให้กับเขาได้ครับ โดยปลาบู่หมาจู นั้นเป็นปลาบู่ที่มีความพิเศษอย่างหนึ่ง เห็นตัวเล็กๆ แบบนั้น แต่การปรับตัวตามสภาพน้ำนี่จัดว่าดีเลิศเลยล่ะครับ สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดสนิท และ น้ำกร่อย แบบที่ปลาตีนสามารถอยู่ได้ ตามแนวชายฝั่งได้อย่างสบายๆเลยครับ แสดงว่าระบบภายในตัวเล็กๆ ของเขานี่ ทำงานในการรองรับความเค็มของน้ำ และระบายเกลือออกจากร่างกายได้ดีอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว ดังนั้น การเลี้ยงในตู้ไม้น้ำ จึงเป็นเรื่องที่ทำได้สบายๆ กับปลาชนิดนี้ครับ 


Reference :

 https://www.youtube.com/watch?v=TCylnVSIuS4


มาทำความรู้จักกันกับ ปลาช่อนเอเซียติก้า ปลาช่อนสวยงามแสนน่ารัก



    เป็นปลาช่อนอีกชนิดหนึ่งที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก พบกระจายพันธุ์ในแถบตอนกลางและตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำสวิ๋น ในมณฑลกวางสี และมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน และยังสามารถพบปลาช่อนชนิดนี้ได้ ในเกาะไหหลำไปจนถึงแม่น้ำแดงในประเทศเวียดนาม และยังมีรายงานพบในประเทศเวียดนาม และศรีลังกาอีกด้วย

    ปลาช่อนเอเซียติก้านี้มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 35 เซนติเมตร เป็นปลาช่อนอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในฐานะของการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ซึ่งเป็นปลาช่อนสวยงามที่มีราคาค่อนข้างสูง และมีความต้องการของตลาดปลาสวยงามมาก โดยเฉพาะในปลาที่มีความหลากหลายทางสีสันที่มีจุดสีแดงขนาดใหญ่ ที่ใช้ชื่อว่า "Red Spot" ที่พบในหมู่เกาะซะคิชิมะ จังหวัดโอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเป็นชนิดใหม่) นอกจากนี้ ในบางตัวที่ไม่มีจุดสีแดงนั้น ก็ยังมีลวดลายเป็นจุดสีขาว ตัดกับลำตัวสีเทาเข้ม ออกดำ ดูเหมือนดวงดาว ในท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วย

    เช่นเดียวกับญาติๆของมันอีกหลากหลายชนิด ปลาช่อนชนิดนี้ เป็นปลาที่ชอบกินเนื้อสัตว์ ดังนั้น อาหารที่เหมาะสมจะให้ ก็อาจจะเป็นแมลงชนิดๆต่างๆสลับกันไป เช่น หนอนนก,หนอนยักษ์,จิ้งหรีด,แมลงสาบเพาะเอง เป็นต้นครับ หรือไม่ก็เป็นพวกหนอนแดงแช่แข็งก็ได้ครับ



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************


ปลาแลมพ์อาย เป็นปลาฝูงหรือไม่ เอามาเลี้ยงร่วมกับปลาอื่นๆได้ไหม ?



 ปลาแลมพ์อาย นับเป็นปลาฝูงอีกชนิดหนึ่งครับ สามารถนำมาเลี้ยงรวมกันปลาฝูงขนาดเล็กๆ เหมือน
กันได้อย่างสบายครับ  แถมยังดูสวยงาม น่าสนใจอีกด้วย โดยเฉพาะจุดเด่นด้านดวงตาสีฟ้าสดใส เรือง
แสง อันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น สมชื่อของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ปลาชนิดนี้  โตขึ้นแล้ว จะมีขนาด
ใหญ่กว่า ตัวขนาดเล็กๆ ที่มีขายในท้องตลาดหลายชนิดเหมือนกัน  และ ปลาชนิดนี้ จะเป็นปลาที่โดด
ได้เก่ง ดังนั้นควรจะมีฝาปิดตู้ให้ด้วย จะได้กันการกระโดดออกมาตายที่นอกตู้ครับ  เท่านั้นก็สามารถที่จะ
เลี้ยงปลาชนิดนี้ได้อย่างสบายแล้ว  และถ้าในตู้เลี้ยงมีไม้น้ำรกครึ้มพอสมควร ก็จะมีสิทธิเพาะพันธุ์ปลา
ชนิดนี้ได้ง่ายขึ้นด้วยครับ

     ปลาแลมพ์อาย จัดได้ว่าเป็น ปลาสวยงามยอดนิยมอีกชนิดหนึ่ง ที่พบเห็นได้มากในบ้านเรา และได้
รับความนิยมมายาวนาน มีสนนราคาที่ไม่แพงครับ นักเลี้ยงตู้ไม้น้ำหลายๆท่านก็ชื่นชอบ มักจะซื้อหามา
เลี้ยงกันอยู่ในตู้ไม้น้ำ เพื่อใช้จุดเด่นจากสีอันแวววาวของดวงตา มาตัดกับสีของไม้น้ำที่รกครึ้ม ทำให้
เกิด ความเป็นมิติที่มีเสน่ห์ ได้อีกแบบหนึ่งเช่นกันครับ



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************


ปลากัดนั้นกัดกันจนปากเป็นแผล จะรักษาได้อย่างไรดีครับ ?



    การจะให้ปลากัดที่ทะเลาะกัดกัน พูดตัดพี่ตัดน้องกัน เหมือน มนุษย์ที่ประชุมแล้วทะเลาะกันในสภาแล้วก็เดินแยกจากกันไป ไม่มีเรื่องกันอีก ก็คงไม่ได้ล่ะนะครับ.... (ฮา) ดังนั้นเรื่องธรรมดาการเลี้ยงปลากัดรวมกันเป็นฝูงๆ นั้น แม้ว่าจะไม่ใช่ปลาที่ ดุร้ายอะไรกันมากนัก โดยเฉพาะเมื่อมีการเลี้ยงรวมกันมาตั้งแต่เล็กๆ แล้ว แต่การกระทบกระทั่ง เขม่นหน้ากันก็มีบ้าง ซึ่งบางทีก็อาจจะเกิดจากการแย่งอาหาร , การกัดการด้วยความก้าวร้าว ที่แฝงอยู่ในนิสัยของปลากัด หรือแม้กระทั่งการเตรียมการผสมพันธุ์ของปลากัดเองในช่วงที่จะจับคู่ผสมพันธุ์ แล้วมีการแย่งคู่กันเป็นต้น ซึ่งก็ทำให้เกิดแผลถลอกปอกเปิกกันไปบ้าง ตามสภาพ และ เหตุการณ์ต่างๆ กันไป

    หากจะรักษาแผลเล็กๆ เหล่านี้นั้น จะได้ผลดีกว่า ถ้ามีการแยกมารักษา เพราะว่าจะสามารถดูแลสภาพต่างๆ ได้ดีกว่าการเลี้ยงรวมครับ สำหรับเรื่องแผลนั้น ถ้าแผลมีขนาดเล็ก ถ้าดูแลคุณภาพน้ำให้ดี ในน้ำไม่มีแบคทีเรียที่ไม่ดี หรือ ปรสิต สักพัก ปลาก็จะฟื้นตัวได้เองครับ
แต่ถ้าปลาเป็นแผลมาก ก็อาจจะต้องใส่ยาฆ่าเชื้อ หรือ เกลือ โดยคำนวณตามปริมาณน้ำ อย่าใส่ให้เยอะมากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อปลาได้เช่นกันครับ หลังจากใส่ยา หรือ เกลือ ในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว ให้ผู้เลี้ยงทำการถ่ายน้ำ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ 2 วัน แล้ว แผลก็จะดีขึ้นเอง และหายไปในที่สุดครับ ครับ ส่วนเรื่องตัวยานั้น แนะนำ ยาที่มีฉลากควบคุม และ มีมาตรฐานการผลิตที่แน่ชัดนะครับ ซึ่งเรื่องยานี่ ก็สามารถหาได้ตามร้านขายสัตว์น้ำชั้นนำหลากหลายร้านครับ ส่วนยาประเภทครอบจักรวาล รักษาได้ทุกโรคจนดูโอเวอร์เกินไปนั้น ก็ต้องพึงระวังเอาไว้ ยังไงถ้าผู้เลี้ยงเน้นเป็นยาเฉพาะทาง ที่มีมาตรฐาน ก็จะช่วยได้มากในเรื่องของการรักษาแผลจากการกัดกันนี้ ดังนั้นสำหรับผู้รักการเลี้ยงปลานั้น ก็ควรจะมียารักษาปลาที่ดีมีคุณภาพ ติดบ้านเอาไว้เสมอเด้อครับเด้อ



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อยากจะจับปลาน้ำผึ้ง ในตู้ไม้น้ำ จะจับมันยังไงกันดี ?




    ด้วยความที่ปลาน้ำผึ้งนั้น เป็นปลาที่มีสีสันมีความสวยงาม และกินพวกตะไคร่เก่ง ดังนั้นปลาน้ำผึ้งจึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในการนำมาเลี้ยงในตู้ไม้น้ำมาก โดยเฉพาะปลาน้ำผึ้งเผือก ซึ่งมีสีสันออกขาวอมส้มสดใส แต่เมื่อปลาชนิดนี้นั้น ได้เติบโตขึ้นแล้ว เมื่อนั้น มันจะมาพร้อมกับความอึด ถึก ทน และ ไวปานสายฟ้าแล่บ!!!! เผลอแพล่บๆ ดินกระจายต้นไม้เล็กๆ ที่เพิ่งปัก ลอยปลิดปลิวไปกับสายน้ำ หรือไม่บางต้นก็ลอย หรือเฉาไป เพราะถูกแรงดูดส่วนเรื่องการจับนั้น ถ้าเป็นตู้ไม้น้ำที่ใหญ่สักหน่อย คนจับนี่ แทบจะต้องเอาเซียงเพียงอิ๊ว หรือ ไม่ก็ยาดมวาเป็กซ์ ยัดเข้าที่จมูก ตอนไล่ควานจับ เพราะว่าไอ้ปลาตัวนี้มันจะซิกแซกได้ไวมาก หลบซ้าย ป่ายขวา วุ่นไปหมด ผู้เลี้ยงหลายท่านบอกว่า ตอนภรรยาที่บ้านเอาไม้แขวนเสื้อไล่หวด กระผมยังหลบหลีกได้ไม่คล่องขนาดนี้เลย (ฮา) ดังนั้นสภาพหลังจับได้ ส่วนใหญ่ ตู้ไม้น้ำเราก็จะใกล้เคียงกับการจัดตู้ใหม่ คือ ไม้น้ำหลุดลอยกันออกมาเป็นแถบๆ (ฮา) ดังนั้น การจับปลาชนิดนี้นั้น เคยมีผู้แนะนำเทคนิคเอาไว้ว่าเอาขวดใส่น้ำเล็กๆ ใส่อาหารจมลงไปแช่ครับ ล่อมันเข้าขวดแล้วหยิบขึ้นหรือไม่ก็ก่อนเปิดไฟตอนเช้ามันจะหลับค่อยๆ ช้อนออกมาได้สะดวกขึ้นหน่อยครับ (แต่ก็ยังไม่ถึงกับรับรองผลได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ว่าจะได้ผล อิอิอิ)


 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า
https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

Koura - เจ้ากุ้งเครย์ฟิชก้ามขน แห่ง ประเทศนิวซีแลนด์




   ไม่ต่างกับกุ้งเครย์ฟิชของพื้นที่อื่นๆ เจ้า Kōura  หรือ กุ้งเครย์ฟิชก้ามขนนิวซีแลนด์ ก็จะมีเปลือกที่หนาและแข็งในระดับหนึ่ง เอาไว้ป้องกันตัวเอง โดยขยับเคลื่อนตัวเองด้วยข้อต่อต่างๆที่มีความยืดหยุ่น เดินทางออกหากินไปตามวิถีธรรมชาติ เช่นเดียวกับญาติๆของมัน ในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก 
     ในนิวซีแลนด์นั้นมีกุ้งเครย์ฟิชอยู่สองสปีชียส์ด้วยกัน โดยสปีชียส์แรก สามารถพบได้ทางตะวันออก และ ทางตอนใต้ ของพื้นที่ South Island และ บนพื้นที่ Stewart Island โดยพวกมันมีจุดเด่นก็คือ ที่ก้าม จะมีขนขึ้นเป็นจำนวนมาก จนทำให้ดูสวยงาม และ มีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน และ ยังมีขนาดที่ใหญ่พอประมาณคือ ประมาณ 80 mm และสปีชีส์ ที่สอง จะพบที่ North Island และ ในพื้นที่เขต Marlborough , Nelson และ พื้นที่ทางอ่าวตะวันตก ของ South Island , กุ้งเครย์ฟิช ชนิดที่พบได้ในเขตนี้ จะมีขนาดที่เล็กกว่า  คือ ประมาณ 70 mm และ มีขนที่ก้ามหนีบน้อยกว่า ชนิดแรก อยู่พอสมควร 
      กุ้งเครย์ฟิช ทั้งสองสปีชีส์นี้ มักจะพบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำไหลแรง และ มีปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำสูง เช่น แหล่งน้ำตก , ทะเลสาบ,สระ และ หนองบึงต่างๆ โดยมักจะอาศัยซุกหลบอยู่ตามซอกหินใต้น้ำนั่นเอง และมักจะออกหากินในเวลากลางคืน และในหน้าแล้งก็จะซุกตัวอยู่ตามซอกหินที่มีโคลนที่ชื้นแฉะ เพื่อประคองตัวให้อยู่รอดได้ จนถึงช่วงน้ำกลับมาเยอะอีกครั้งนั่นเอง
      และ เช่นเดียวกับญาติๆของมัน ชนิดอื่น กุ้งเครย์ฟิชแห่งนิวซีแลนด์นี้ สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายอย่าง ตามแต่ ที่มันสามารถจะหามาได้ แต่มักจะกิน ตัวอ่อนแมลงน้ำต่างๆ เป็นอาหารหลักมากกว่า โดยใช้ก้ามจับ และดึงอาหารเข้ามาเคี้ยวให้ละเอียดก่อนส่งลงกระเพาะอย่างสำราญใจ นอกจากนี้ มันยังสามารถเดินทางบนบกได้ในระยะไกลพอสมควร ตราบใดที่เหงือกของมันยังชุ่มน้ำอยู่ มันก็จะสามารถเดินทางบนบก เพื่อย้ายแหล่งหากินได้อย่างอิสระ และเมื่อไหร่ ที่เหงือกของมันแห้ง มันก็จะหาทางเดินไปยังแหล่งน้ำ เพื่อแช่ลำตัวของมันในน้ำ จนเหงือกชุ่มน้ำ เพื่อ ให้สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ และ มีกำลังเดินทางต่อไปยังแหล่งอาหารที่มันต้องการนั่นเอง มันมีก้ามที่ทรงพลัง สามารถใช้ในการจับเหยื่อ , ต่อสู้ , โบกก้ามเรียกร้องความสนใจ รวมทั้ง หนีบนิ้วคนจับได้ด้วยนั่นเอง (ฮา)
    ฤดูผสมพันธุ์ของกุ้งเครย์ฟิช ในนิวซีแลนด์ ทั้งสองสปีชีส์นี้ จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน – ธันวาคม โดยจะพบตัวเมียที่มีไข่ได้มากที่สุด ในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน โดยตัวเมียจะมีไข่ได้ประมาณ 20 – 200 ขึ้นอยู่กับขนาดตัวของตัวเมีย , ลูกกุ้งจะเกาะอยู่ที่บริเวณแพนหางของกุ้งตัวแม่ ไปจนมีขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร ถึงจะแยกตัวออกมา , กุ้งเครย์ฟิชทั้งสองสปีชีส์นี้ จะใช้เวลาในการเติบโต ประมาณ 4 ปี ก็จะเป็นกุ้งเครย์ฟิชตัวเต็มวัยเต็มที่ครับ ในปัจจุบันนี้ กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ ก็ได้รับความนิยมในการนำมาเลี้ยงแบบฟาร์มกึ่งธรรมชาติ เพื่อนำมาบริโภค ในประเทศนิวซีแลนด์เช่นกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้มีการขยายพันธุ์กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ เอาไว้ให้มีปริมาณมาก เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ไปในอนาคต ได้อีกแนวทางหนึ่ง 
Reference :
****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 
https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak
 
****************************************************************

ปลากระดี่ วาเลนติ นั้น มีการเลี้ยง และเพาะพันธุ์ได้อย่างไรบ้าง ?



    ปลากระดี่ วาเลนติ หรือ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sphaerichthys vaillanti นั้น เป็นปลากระดี่ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปลากระดี่ขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก เหมาะสมสำหรับการนำมาเลี้ยงในตู้ไม้น้ำ  ปลากระดี่ชนิดนี้นั้น  มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในเขตบอร์เนียว (ถูกค้นพบปี 1930) สำหรับแนวทางในการดูแลปลากระดี่ชนิดนี้นั้น ไม่ควรเลี้ยงปลากระดี่ชนิดนี้เป็นคู่ เหมือนญาติๆปลากระดี่ด้วยกัน อย่างปลา กระดี่ช็อคโกแลต ควรเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยให้เป็นเลขคี่จะดีที่สุด และขนาดของตู้ควรมีขนาดประมาณ 80 เซนติเมตรขึ้นไป และบรรยากาศภายในตู้เลี้ยงตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติ มีขอนไม้และพรรณไม้น้ำ และพืชลอยน้ำด้วยจะเป็นการดีมาก โดยอาจจะวัดค่า pH ให้อยู่ที่ประมาณ 4.0-6.5 จะเหมาะสมที่สุดครับ  และในส่วนของอุณหภูมินั้น สามารถเลี้ยงได้ในอุณหภูมิปกติของบ้านเราที่  25-28 องศาเซลเซียสได้เลยครับ  สำหรับปลากระดี่ชนิดนั้น สามารถจะมีขนาดเติบโตเต็มที่ได้ถึง 8 เซนติเมตรครับ  ในส่วนของเรื่องอาหารนั้น ปลากระดี่นี้ ก็จะชอบกินอาหารได้หลากหลายชนิด เช่นเดียวกับญาติๆของมันในชนิดอื่นๆ แต่จะ ชอบอาหารสดมากกว่าอาหารเม็ดครับ 


****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

การเพาะปลาซัคเกอร์ พานาเม็นทต์ หลังจากที่ไข่เป็นตัวแล้ว จะหาอาหารให้ลูกปลาวัยอ่อนได้อย่างไร ?



    ปลาซัคเกอร์ พานาเม็นทต์ นับได้ว่า เป็นปลาซัคเกอร์ที่ถ้าผู้เลี้ยงจัดระบบในตู้เลี้ยงได้เหมาะสมในระดับหนึ่งแล้ว  ก็เป็นปลาซัคเกอร์ที่สามารถให้ผลผลิตในที่เลี้ยงได้อย่างไม่ยากไปนัก อีกชนิดหนึ่ง โดยมีหลายๆครั้งที่ มักพบว่าปลาชนิดนี้ วางไข่ติดในตู้กระจกของผู้เลี้ยง  ซึ่งก็จะทำให้ผู้เลี้ยงค่อนข้างจะกังวลนิดหน่อย ว่าจะอนุบาลลูกปลาที่ออกมาอย่างไร ซึ่งในจุดนี้นั้น ก็อยากจะขอแนะนำว่า เราควรแยก พ่อและแม่พันธุ์ออกมา เพื่อที่จะอนุบาล รวมทั้งปลาอื่นๆด้วย ก็จะได้ผลในการเพาะพันธุ์ได้ดีกว่าการเลี้ยงรวมๆกันนะครับ ส่วนในเรื่องของอาหารของลูกปลาวัยอ่อนนั้น  เราสามารถใช้แผ่นกระเบื้องยางตากแดด จนตะไคร่ขึ้นปกคลุม มาเป็นอาหารให้กับลูกปลาวัยอ่อนได้ครับ  ทำครั้งละหลายๆแผ่น ทยอยนำเอามาให้ ซักพักพอลูกปลาโต ก็เริ่มให้อาหารสำเร็จรูปจมน้ำ และ อาหารสดที่จมน้ำอื่นๆ ให้เขาทานได้เหมือนปลาที่โตแล้วครับ  



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

บรีดดิ้ง ฮาร์ท เตตร้า ปลาน่ารัก มีจุดสีสวย เหมือนหัวใจสีหวานใส...




  Bleeding Heart Tetra หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyphessobrycon erythrostigma เป็นปลาเตตร้าขนาดเล็กที่แหวกว่ายไปมา อยู่ในลำธารแถบอเมริกาใต้ ว่ายไป ว่ายมา คนคงเห็นว่าสวยดี น่าจะจับขายได้ เลยจับมาขายในตลาดปลาสวยงามเสียเลย ชะเอิงเอิงเอย... ( มันก็เป็นแบบนี้กันทุกปลา ไม่ใช่เร้อออ.....บรึ๋ยยย...) 
     ปลาชนิดนี้ จัดได้ว่าเป็นปลาเตตร้า ชนิด กลางใหญ่ กลางเล็ก คือขนาดที่โตเต็มที่ก็ได้ถึงประมาณ 3 นิ้วครึ่ง เลยทีเดียวในธรรมชาติ ในที่เลี้ยงก็อาจจะมีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อยครับ ในการเลี้ยงปลาชนิดนี้ ที่เหมาะสมที่สุดก็คือ การให้พวกเขาได้อยู่ร่วมกันเป็นฝูง และ พวกเขาจะแสดงสีสัน ในตัวเองได้อย่างเต็มที่ เมื่อรู้สึกว่าปลอดภัย และ ไม่เครียดครับ โดยความโดดเด่นของเขาก็สีแดง ที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับ รูปหัวใจ ที่อยู่ตรงกลางตัวนี่เอง ที่เป็นจุดเด่น ที่แตกต่างไปจากปลาชนิดอื่นๆดูเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครดีครับ สำหรับการเลี้ยงปลาชนิดนี้นั้น ผู้เลี้ยงสามารถจัดตู้เลี้ยง โดยการปลูกพรรณไม้น้ำให้ร่มครึ้มได้ตามใจ แต่ก็ควรจะมีที่ว่าง เอาไว้ ให้เขาได้แหวกว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจด้วยนะครับ โดยขนาดตู้เลี้ยงก็ควรที่จะไม่ต่ำว่า 15 แกลลอน ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่เลี้ยงได้ง่าย กินอาหารได้อย่างหลากหลาย จึงเหมาะสมที่จะเป็นปลาที่ผู้เลี้ยงมือใหม่สามารถที่จะนำมาเลี้ยงได้ครับ ปลาชนิดนี้นับได้ว่าเป็นปลาขนาดเล็กที่อายุยืนได้ถึง 10 ปีเลยทีเดียว ถ้าได้รับการดูแลที่ดีครับ
   สำหรับการแยกเพศของปลาชนิดนี้นั้น ปลาตัวผู้ จะมีเครื่องครีบต่างๆ และ ครีบทวาร ที่ยาวกว่าตัวเมียครับ ทำให้สามารถสังเกตเพศได้ไม่ยากจนเกินไปนักครับ ปลาชนิดนี้มีการสืบพันธุ์ โดยการผสมพันธุ์ และ วางไข่ ในกลุ่มไม้น้ำที่ลอยอยู่ ดังนั้น หลังจากปลาตัวผู้ และ ตัวเมีย ได้เข้าคู่กันวางไข่เรียบร้อยแล้ว ต้องทำการแยกพ่อและแม่พันธุ์ออกมา เพื่อที่ผู้เลี้ยงจะได้อนุบาลลูกปลาวัยอ่อนได้อย่างสะดวก โดยลูกปลาวัยอ่อน จะเริ่มฟักตัวออกจากไข่ หลังจากที่ตัวเมียได้วางไข่แล้วประมาณ 5 วันครับ หลังจากตัวอ่อนฟักออกมาแล้ว ก็ให้ผู้เลี้ยงรักษาคุณภาพน้ำให้ดี โดยเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 1 / 3 ทุกวันครับ ส่วนตัวอ่อน สามารถอนุบาลได้โดยการให้กินอาหารที่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ หรือ อาหารสำเร็จรูปสำหรับการอนุบาลลูกปลา ที่มีคุณภาพสูงครับ.

 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************
 

ปลาหัวตะกั่วนั้นเลี้ยงยังไงกันหนา ?




   พี่ๆ น้องๆ รู้จักปลาหัวตะกั่วไหมครับ? ปลาหัวตะกั่วนั้น เป็นปลาพื้นบ้านของไทยดั้งเดิมอีกชนิดหนึ่ง สมัยก่อนจะพบได้มากในแหล่งที่เป็นทุ่งน้ำนิ่ง และหนองบึงต่างๆ สมัยก่อนตอนผมยังเป็นเด็กๆ ก็เคยไปช้อนพวกเขาเล่นตามสวนผลไม้แถวบ้าน เรียกว่าได้เป็นปลาตัวเด่นตัวหนึ่งเลย เวลาที่พวกผมไปหาช้อนเล่น เพราะว่า สวยจับใจ ในสายตาของเด็กๆ ในสมัยนั้น เวลาแหวกว่ายน้ำไปทางนู้นที ทางนี้ทีก็ดูเหมือนเป็นอะไรที่แวววาว ว่ายผ่านไป ผ่านมา น่าประทับใจยิ่งนัก จนเคยคิดเล่นๆ ว่า ถ้าจับได้มากๆ เอาไปใส่ในบ่อปลาที่บ้าน ตอนกลางคืน คงเห็นเป็นแสงวาวๆ ตอนส่องไฟ แต่อย่างไรก็ตาม หาจับเอาได้ก็ไม่ได้มากนัก ด้วยความที่เป็นปลาที่หลบซ่อนตัวได้เก่ง และว่ายน้ำได้เร็วมากๆ เห็นกันอยู่โล่งๆ จะๆ เผลอแพล่บเดียว ว่ายน้ำแซงหลบไปไกลแล้ว จะแยกเงาพันร่าง ไปจับเอา แบบนินจาในการ์ตูนก็ทำไม่เป็น ได้แต่มองตามไปเฉยๆ ด้วยใจละห้อย จนปัจจุบันยิ่งหาจับได้ยาก เพราะการน้ำท่วมทุ่งก็หาได้ยากไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว และค่อนข้างอันตราย หากจะไปเดินในแหล่งรกๆ เพื่อหาจับเขา ปัจจุบันนี้ ก็เลยใช้วิธีไปสวนจตุจักร ไปหาซื้อ เจ้าปลามังกรน้อย ซึ่งเป็นปลาในตระกูลเดียวกันกับเขาไปเลี้ยงแทนครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อ้อ ปลาหัวตะกั่วนี่ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่กลับเป็นปลาที่สามารถนำเอาไปฝึก ให้คุ้นมือ คุ้นคนเลี้ยง และ ออกแอ็กชั่นที่น่าทึ่งได้ เช่นการว่ายหยอกล้อ หรือ ว่ายตามนิ้วของผู้เลี้ยงได้เลยครับ จัดได้ว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ จนมีการนำปลาหัวตะกั่วมาประกวดความเชื่องกับทางผู้เลี้ยงกันได้เลยทีเดียว

      อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายพื้นที่ในกทม และ ต่างจังหวัด ที่ยังสามารถหาเจ้าปลาชนิดนี้ ในธรรมชาติได้อย่างไม่ยากเกินไปนัก และ หลายๆ ท่านเมื่อได้มาเลี้ยงแล้วก็อยากจะเพาะให้เขาได้ออกลูกออกหลานให้ได้ ก็สามารถเลี้ยงเขาได้อย่างไม่ยากนัก โดยการให้ ตัวอ่อนของแมลงต่างๆ , สัตว์น้ำขนาดเล็ก ลูกน้ำ , ลูกไร , ไรทะเล ให้เขากินได้อย่างไม่ยากครับ และ ก็ขอให้ใส่พวกสาหร่าย เอาไว้ในตู้เพาะให้มากๆ ให้เขาได้ไข่ และ พวกสาหร่ายกับพืชน้ำ ต่างๆ เหล่านี้ ก็จะเป็นที่หลบซ่อนให้ลูกปลาต่อไปครับ
    ทุกๆ วันนี้ ปลาหัวตะกั่ว ซึ่งเป็นปลาคิลลี่แบบไทยๆ นี้ ในธรรมชาตินั้น นับวันจะหาได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ถ้ามีการเพาะพันธุ์ แล้วปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติบ้างก็จะเป็นการดียิ่งขึ้นครับ

 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************
Reference :

แนวทางการเลี้ยง กบลูกศรพิษ



กบในกลุ่มนี้มีขนาดเพียงแค่ 2 – 4 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งกบในวงศ์นี้ เป็นกบที่มีขนาดเล็ก มีความยาวลำตัวเพียงประมาณ 1-6 เซนติเมตร เท่านั้น ตามธรรมชาติจะอาศัยบนพื้นดินหรือบนต้นไม้ หรือใบไม้ของป่าฝนในทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง กบในวงศ์นี้ ส่วนใหญ่จะหากินในเวลากลางวันซึ่งกบในวงศ์นี้มีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเจนมากจากภายนอก ก็คือมีสีสันและลวดลายสดใสสวยงามมาก เรียกได้ว่า อาจจะทำให้ผู้ที่ได้เห็นหลงรักกบชนิดนี้ได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว กบชนิดนี้ มีต่อมพิษที่สามารถจะผลิตพิษที่ร้ายแรงมาก  เนื่องจากเป็นสารเคมีประเภทอัคคาลอยด์ที่จะออกฤทธิ์ระหว่างจุดประสานเซลล์ประสาทและระหว่างประสาทกับกล้ามเนื้อ อัลลาลอยด์ของกบวงศ์นี้จะเป็นประเภทละลายในสารละลายอินทรีย์ พิษของกบวงศ์นี้ สามารถทำให้มนุษย์หรือสัตว์ขนาดใหญ่ตายได้เลย เพียงแค่ไปแตะต้องสัมผัสถูก ซึ่งชาวพื้นเมืองของอเมริกาใต้ได้ใช้ประโยชน์จากพิษนี้ อาบหัวลูกศรหรือลูกธนู สำหรับการล่าสัตว์ ซึ่งสามารถล้มสัตว์ป่าที่มีขนาดใหญ่ให้ตายลงได้ภายในระยะเวลาไม่นาน 
     ในธรรมชาตินั้น มีการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดต่างๆ มากมายหลายแบบ และสัตว์ตัวเล็กๆ บอบบางแบบเจ้ากบนี้ ก็จำเป็นต้องวิวัฒนาการ เพื่อหาทางป้องกันตัวจากการตกเป็นเหยื่อของนักล่าต่างๆ ไม่อย่างนั้น มันก็คงสูญพันธุ์ ธรรมชาติจึงสร้างให้พวกมันสามารถสกัดพิษจากอาหารที่มันกินได้เองเลยทีเดียว แต่ลำพังตัวกบลูกศรพิษเองนั้น จะไม่สามารถผลิตพิษเองได้ แต่พิษดังกล่าวมาจากอาหารที่กบกินนั้นคือมด แมงมุม หรือ แมลงปีกแข็งขนาดเล็กที่มีพิษ Batrachotoxin บางชนิด ซึ่งแมลงต่างๆเหล่านี้นั้น เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของทวีปอเมริกาใต้เท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลว่า ถ้าผู้เลี้ยงจะให้กินมดตะนอย มดแดง หรือปลวก แมลงอื่นๆ ในประเทศเราเข้าไปก็ไม่มีผลอะไร ที่จะทำให้เกิดพิษทั้งสิ้น เพราะว่าในบ้านเรา นั้นไม่มีแมลงที่สามารถจะทำให้กบลูกศรพิษ สามารถผลิตพิษ Batrachotoxin ได้เลย และ กบลูกศรพิษที่นำมาขายในประเทศเรานั้น ก็เป็นกบที่มาจากการเพาะเลี้ยงทั้งนั้น จึงไม่ต้องกลัวว่า จะมีในเรื่องของปัญหาการเกิดพิษมาทำร้ายผู้เลี้ยงให้เป็นกังวลเลยครับ แต่ไปกังวลว่า ถ้าทางบ้านรู้เรื่องราคาของเจ้ากบพวกนี้แล้วจะแอบงอน ยังจะเป็นไปได้มากกว่าเลยครับ (ฮา) 
    การเลี้ยงกบลูกศรพิษ ในปัจจุบันนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยใดๆเลย เพราะว่า เป็นกบที่เกิดมาจากการเพาะเลี้ยงทั้งนั้น ซึ่งการเสี่ยงนำกบจากธรรมชาติ ลักกันเข้ามาขายดื้อๆทันทีนั้น ไม่คุ้มค่าเลย เนื่องจากกบที่เอาเข้ามาจากในธรรมชาติ ต้องมีการปรับตัว โดยผู้ที่ชำนาญเป็นเวลานาน ถ้าอยู่ดีๆ ไปมุดๆจับมา แล้วขายเลย กบจะเสี่ยงตายมากกว่าเป็นอย่างมาก เสี่ยงต่อการเสียเงิน หูชาหน้าชากันไปเป็นแถบๆ ทั้งคนขาย  และ คนซื้อเลยครับ ไม่มีใครได้ประโยชน์เลย เพราะจะนั้น กระบวนการนำกบลูกศรพิษเข้ามาในวงการๆเลี้ยงสัตว์ Exotic ในปัจจุบันนี้ จึงมีการทำกันอย่างละเอียดละออเลยทีเดียวล่ะครับ 
  
 กบลูกดอกพิษถือว่า เป็นกบที่ต้องการความละเอียด และพิถีพิถันในการเลี้ยง. ทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม ในด้านต่างๆ และเป็นสัตว์ทีชอบกินอาหารสด เช่น แมลงเล็กๆเป็นหลัก ดังนั้นถ้าผู้เลี้ยงนั้น มีสกิลในการเพาะแมลง ที่ใช้ทำเป็นอาหารสัตว์ได้ เช่น หนอนนก , แมลงหวี่ผลไม้  ก็จะทำให้ในการเลี้ยง ในเรื่องอาหาร นั้นปลอดโปร่ง ไร้ปัญหาไปได้มากแล้วครับ เหลือแต่เรื่อง การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ในปัจจุบัน ก็มีอุปกรณ์ทำน้ำตกขนาดเล็กๆ แก้ปัญหาในจุดนี้ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ในส่วนของตู้เลี้ยง ก็สามารถใช้ตู้ปลา ปูดิน หรือ พีชมอส โดยอาจจะปลูกต้นไม้เช่น มอส หรือ ต้นไม้ที่ชอบความชื้น ใส่ในตู้ก็ได้ตามที่ผู้เลี้ยงชื่นชอบ ก็จะทำให้ตู้ที่เราใช้เลี้ยงนั้น มีความสวยงาม ดูเพลิดเพลินไปอีก ทั้งต้นไม้ก็สวย น้องกบก็เดินดุ๊กดิ๊กๆ น่ารัก โดยในตู้นั้น ก็อาจจะมีถ้วยน้ำ มีถ้วยอาหาร ที่เราให้ในปริมาณที่เหมาะสม และด้วยบรรยากาศบ้านเราที่ อากาศ และ อุณหภูมิต่างๆ ไม่ต่างจากอเมริกาใต้มากนัก โดยเราระวัง อย่าให้ภายในตู้เลี้ยงนั้นร้อนมากเกินไป ก็สามารถเพาะพันธุ์ได้แล้วครับ ( ช่วงหน้าร้อนบ้านเรา บางทีช่วงนี้ ก็อากาศทมิฬ หินชาติเกิ๊น คนยังจะตาย แล้วกบตัวน้อยๆ จะไปเหลืออะไร...(ฮา) แต่ถ้าใครจะติดตั้ง อ็อพชั่นต่างๆ เพิ่มให้ เช่นเครื่องพ่นหมอก , สุดยอดน้ำตกเทียมขนาดยักษ์ หรือ อะไรตามแต่ที่มีการนำมาจำหน่ายกันมากมาย  แล้วผู้เลี้ยงจะเปย์ให้น้องกบแสนรัก มีความ สุขสันต์ หรรษา อยู่สบายเหมือนดั่งในธรรมชาติเลย ก็สามารถทำได้ตามความพึงพอใจครับ.... 

 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************
 Reference 

มาทำความรู้จักกันกุ้งแคระนินจา



  เมื่อพูดถึง " นินจา " หลายๆ คน ก็คงจะนึกไปถึง บุรุษ หรือ สตรี ที่มีผ้าโพกหัว สวมชุดคลุมสีดำ ดำน้ำนาน วิ่งบนน้ำได้ กระโดดสูง หลบซ่อนเก่ง  ขุดดินได้  ดาวกระจายปาคล่องปรื๊ด ต่อมาก็เริ่ม แปลงร่างได้  มีลูกบอลจักระ ตามองไกลพันลี้  มีสัตว์อสูรสิงร่าง  ไอ้อันหลังๆนี่ชักจะโอเว่อร์ขึ้นเรื่อยๆ ตามจินตนาการ แต่ก็ดังซะด้วยแฮะ อย่างไรก็ตามในชีวิตจริงแล้ว นอกจากมนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษ บางประการดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น  ( เฉพาะต้นๆ นะครับ  ) ก็มีเจ้ากุ้งแคระอีกชนิดหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติในการพรางตนเอง ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวได้ อย่างน่ามหัศจรรย์ใจ นั่นก็คือ เจ้ากุ้งแคระ “ นินจา “ หรือ ชื่อภาษาอังกฤษว่า Caridina serratirostris หรือ นอกจากชื่อสามัญนาม ที่นิยมเรียกว่า “ นินจา “ แล้ว ยังมีชื่ออื่นๆ อีกว่า Christmas Shrimp, Honey Shrimp  หรืออื่นๆอีกมากมาย  เนื่องจากจัดได้ว่าเป็นกุ้งแคระที่มีถิ่นกำเนิด ค่อนข้างจะกว้างไกลมากอีกชนิดหนึ่ง คือตั้งแต่ Western Pacific และ มหาสมุทร Indian ไปยัน Taiwan, Japan, Philippines, Indonesia, Mauritius, Seychelles, Fiji, Australia ทะลุไปถึง Madagascar ก็สามารถที่จะพบการกระจายตัว ของกุ้งชนิดนี้ได้ แหม่ ยอดเยี่ยมจริงๆเลยหนอ...ไปได้ไกลเหลือเกิน 

  
     กุ้งแคระชนิดนี้ ได้ชื่อว่า “ นินจา “ เนื่องจากความสามารถในการเปลี่ยนสีสันอันเอกอุ และเป็นเอก โดยสีสันที่เปลี่ยนแปลงได้ จะมีตั้งแต่ สีแดง , สีเหลือง , สีน้ำตาล , สีน้ำเงิน , สีเทา , สีดำ และ สีอื่นๆ อีกหลายเฉดสี ซึ่งกุ้งแคระชนิดอื่นๆ ส่วนใหญ่ ถ้าหากมีการเปลี่ยนสีแล้ว มักจะเกิดจากอาการป่วย หรือ สภาพอารมณ์ในขณะนั้น แต่สำหรับเจ้ากุ้งแคระตัวนี้แล้ว มันจะเปลี่ยนสี เมื่อมันคิดว่า “ จำเป็น “ เช่นตอนไปหากิน ตามพื้นผิวของวัสดุต่างๆ หรือ ซับสเตรท ภายในตู้ มันก็จะพยายามเปลี่ยนสี ของมันให้ดูกลมกลืนไปกับพื้นผิวที่มันเกาะ เท่าที่มันจะทำได้ แต่ไม่ถึงขั้น เกาะหญ้าปุ๊บ เขียวปั๊บ เกาะหินปุ๊บ ทะมึนมาเลย เกาะที่กรอง เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำทั้งตัว แบบนั้น สงสัย ถ้าจะไม่ไหวเหมือนกันครับ ไม่ใช่กุ้งไม่ไหวนะครับ คนมองไม่ไหว มึนหัวแทน อิอิอิ

  
การเพาะพันธุ์กุ้งชนิดนี้ ต้องเพาะพันธุ์ในน้ำทะเล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้เพาะพันธุ์ทั่วไป อาจจะต้องเป็นผู้ที่เคยเพาะพันธุ์กุ้งยามาโตะ ( Yamato Shrimp ) มาบ้างแล้ว จึงอาจจะทำได้สำเร็จ  
    ในส่วนของอาหาร กุ้ง “ นินจา “ นี้นั้น ก็เป็นกุ้งรู้จักพอเพียง กินง่าย อยู่ง่าย ผู้เลี้ยงสามารถให้อาหารจมน้ำสำหรับกุ้งทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา หรือ จะเสริมพวกอาหารเม็ดที่มีส่วนผสมของตะไคร่น้ำ กุ้งก็ไม่ปฏิเสธ แต่ไม่ควรให้อาหารกินมากเกินไป เพราะกุ้ง “ นินจา “ เป็นกุ้งที่ต้องการคุณภาพน้ำที่ค่อนข้างดีซักหน่อยครับ ถ้ากุ้งมีน้อย ก็อาจจะให้อาหารวันเว้นสองวัน ได้สบายๆครับ  กุ้งจะได้เก็บเศษอาหารกินจนหมดด้วย ช่วยให้คุณภาพน้ำในที่เลี้ยงดีได้ครับ 

****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************