แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2563

ปลาปักเป้า ตัวใหญ่ๆ อย่างเอ็มบลู นั้น ระบบกรอง และ การรองพื้นตู้นั้น ควรจะเป็นแบบใหน ?


   ปลาปักเป้าขนาดใหญ่ๆ อย่าง ปักเป้า เอ็มบลูนั้น  จะมีการขับถ่ายของเสีย ที่มากกว่าปั๊กเป้า ขนาดเล็กๆ อย่างปั๊กเป้า เขียวจุด และ ปั๊กเป้าน้ำจืดอีกหลายๆชนิดมาก  และเป็นสัตว์ที่กินอาหารสดเป็นหลัก  ดังนั้นในการเลี้ยงปลาปั๊กเป้าขนาดใหญ่เช่นนี้นั้น  ให้มีสุขภาพดีในระยะยาวนั้น ระบบกรอง จะต้องมีประสิทธิภาพดีมากๆ โดยเราอาจจะใชวัสดุกรองชั้นดี อย่างเช่น หินพัมมิส หรือ เซรามิคริง มาใส่ในกรองครับ ส่วนตู้นั้น ถ้าจะปล่อยโล่งๆ ก็ได้  หรือถ้าอยากให้มีความสวยงาม ก็อาจจะปูทรายขาวบางๆ เสียหน่อย ให้ปลาได้ว่ายพุ้ยทรายเล่น ก็ช่วยให้ผู้เลี้ยงดูปลาได้เพลิดเพลินดี  คล้ายกับในธรรมชาติ  และ ยังช่วยขับสีสันของปลาให้เด่นขึ้นได้อีกนิดหน่อยด้วยครับ 


********************************************************
แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้เพิ่มจากการใช้งานโหลดเลย ฟรี  !!! ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า  

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak

สนใจเล่นหวย Online เล่นได้หลายแบบ จับยี่กีก็มี เล่นได้เพลินๆ ทั้งวัน สนุกสนาน บาทเดียวก็เล่นได้

https://www.huay.com/af/a/5949f4840caf4289a2f0d1d66cdd2b16

************************************************************

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ปลาทองมีพวกเห็บเกาะอยู่จะทำอย่างไรดี ?


     สำหรับปัญหานี้นั้น เบื้องต้น ถ้ามีเห็บติดปลาไม่กี่ตัว  ก็อาจจะใช้คีมดึงออกไปเบาๆ จากนั้นให้เรานำปลาทองไปพักในสถานที่ใหม่ จากนั้น ให้เราเอาวัสดุกรอง และ รองพื้นไปตากให้แห้ง แล้วล้างด้วยน้ำเกลือเข้มข้น ( อัตราส่วนประมาณ เกลือสองส่วน ต่อน้ำหนึ่งส่วนครับ )  หรือ ลวกน้ำร้อนกับวัสดุรองพื้น และวัสดุกรอง , ของแต่งตู้ต่างๆ เพื่อฆ่าพวกเห็บพวกนี้อีกทีครับ หรือ อาจจะใช้ยาปฏิชีวนะในชนิดที่เหมาะสม แช่ตัวปลาด้วยน้ำที่ผสมน้ำยาพวกนี้ก็ได้ครับ ส่วนในบ่อ หรือ สถานที่เลี้ยงนั้น จะใช้ยาปฏิชีวนะที่ใช้สำหรับฆ่าปรสิต ใส่ในน้ำที่เลี้ยงปลาอยู่ ก่อนถ่ายน้ำออก แล้วเติมน้ำใหม่ก็ได้ครับ

     เห็บปลานั้น สามารถติดมาได้จากหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็น จากการนำปลาตัวใหม่เข้ามาในที่เลี้ยง โดยไม่ได้กักโรคมาก่อน , จากพืชน้ำ และ สาหร่าย ที่อาจจะเก็บจากธรรมชาติ และ ซื้อเข้ามาในบ้านครับ และที่สำคัญก็คือ ต้องระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเข้าสู่ระบบกรองของเราได้ เพราะยิ่งระบาดในบ่อเลี้ยงปลาเรามากเพียงใด ความปวดเศียร เวียนเกล้า ก็จะยิ่งมากขึ้นไปเป็นทวีคูณนั่นเองครับ และการจัดการแก้ปัญหาก็จะยิ่งยากเข้าไปเรื่อยๆเป็นลำดับครับ 


Reference :
 https://www.youtube.com/watch?v=qCz43zvICgc
 

****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 
https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

ปลา Congo Tetra ปลาสวยงาม เลื่อมพราว สวยสะดุดตา




    ปลา Congo Tetra หรือ Phenacogrammus interruptus เป็นหนึ่งในปลาตระกูล คาราซิน แห่งทวีปแอฟริกา ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ด้วยสีสันทั่วลำตัวที่เต็มไปด้วยสีเหลือบรุ้ง แสนสวยงาม ไปทั้งครีบและหางทำให้เป็นหนึ่งในปลาที่นักเลี้ยงปลาสวยงาม ทั่วโลกหลงใหลในความสวยงามของมัน

    ปลาคาราซิน ที่รักสงบชนิดนี้ สามารถเลี้ยงรวมกันเป็นกลุ่มได้อย่างสบาย โดยตัวผู้ที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วสามารถที่จะมีขนาดโตได้ถึงประมาณ 3 นิ้วขึ้นไปเลยทีเดียว ปลาชนิดนี้ นั้นเป็นปลาที่ต้องการพื้นที่ๆกว้างขวางในการว่ายน้ำไปมารอบๆ สภาพแวดล้อมที่ดี และ เหมาะสมกับเขา จะทำให้ปลาไม่เครียด และ เปล่งสีสันที่สวยงามที่สุดให้ผู้เลี้ยงได้ชื่นชมต่อไปครับ

     ปลาคองโก เตตร้า เป็นปลาที่ต้องการสภาพน้ำที่อ่อน ผู้เลี้ยงสามารถปรับค่าสภาพน้ำให้เหมาะสมกับเขาได้ โดยการหยอดน้ำหมักพีชมอส หรือ น้ำใบหูกวางหมักลงไป เพื่อปรับสภาพน้ำในตู้ก็สามารถทำได้ ผู้เลี้ยงควรปลูกพืชพรรณไม้น้ำปกคลุมไปทั่วตู้เลี้ยง และ ใช้แสงไฟอ่อนๆ ให้กับการเลี้ยงปลาชนิดนี้ครับ
 
    ปลาชนิดนี้ สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้งอาหารสด และ อาหารสำเร็จรูป ผู้เลี้ยงควรสลับการให้อาหารให้หลากหลาย เพื่อสุขภาพที่ดีของปลาครับ

    และสำหรับการเพาะพันธุ์ปลาคองโกเตตร้านั้น ปลาชนิดนี้ ต้องการพื้นที่ในการเพาะพันธุ์ค่อนข้างมากซักหน่อย พร้อมกับการหมักน้ำให้มีความเป็นกรดสูง และเปิดแสงสว่างให้มาก ปลาจะเริ่มจับคู่วางไข่ กันโดยจะปล่อยไข่ลงไปยังพื้นด้านล่างของที่เลี้ยงและหลังจากนั้นตัวอ่อนของปลา ก็จะฟักออกจากไข่ เพื่อให้ผู้เลี้ยงได้ทำการอนุบาลด้วยอาหารมีชีวิตขนาดเล็กต่อไปครับ


Reference :
 https://www.youtube.com/watch?v=CCvdPPHkb-8


****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


**************************************************************** 

ปลาบู่ หมาจู เลี้ยงในตู้ไม้น้ำได้หรือไม่ ?



      เมื่อครั้งกระผมยังเด็ก กระผมเคยไปช้อนเจ้าปลาชนิดนี้มาเลี้ยงตามร่องสวน ตอนหน้าน้ำหลากเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าสมัยนี้ ที่ร่องสวนเดิม จะยังมีอยู่หรือเปล่า แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาชนิดนี้นั้น ก็จัดได้ว่าเป็นปลาที่หาซื้อได้ไม่ยาก และ ราคาไม่แพงครับ และ สีสันที่สวยงามของปลาชนิดนี้นั้น ก็ตัดกับสีเขียวๆ ในตู้ไม้น้ำได้เป็นอย่างดี แถมยังว่ายโชว์ตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้พี่ๆน้องๆหลายๆท่าน อดที่จะมีปลาชนิดนี้ประดับตู้ไม้น้ำเอาไว้ไม่ได้  แต่อย่างไรก็ตามปลาชนิดนี้ เป็นปลาที่ชอบกินอาหารสดขนาดเล็กๆ และ เป็นนักล่าขนาดเล็กที่มีฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าผู้เลี้ยงๆ พวกกุ้งแคระ เอาไว้ที่ในตู้ , กุ้งแคระ ก็จะมีโอกาสโดนกินได้ไม่ยากเลยทีเดียวครับ  แต่ถ้าไม่ได้ลงพวกกุ้งแคระเอาไว้ ก็สามารถจะให้อาหารสด ที่เป็นพวกสัตว์มีชีวิตเล็กๆ  เช่นไรน้ำ , ลูกน้ำ , ไรทะเล หรือ หนอนแดง,ไส้เดือนน้ำ ล้างให้สะอาดเป็นอาหารให้กับเขาได้ครับ โดยปลาบู่หมาจู นั้นเป็นปลาบู่ที่มีความพิเศษอย่างหนึ่ง เห็นตัวเล็กๆ แบบนั้น แต่การปรับตัวตามสภาพน้ำนี่จัดว่าดีเลิศเลยล่ะครับ สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดสนิท และ น้ำกร่อย แบบที่ปลาตีนสามารถอยู่ได้ ตามแนวชายฝั่งได้อย่างสบายๆเลยครับ แสดงว่าระบบภายในตัวเล็กๆ ของเขานี่ ทำงานในการรองรับความเค็มของน้ำ และระบายเกลือออกจากร่างกายได้ดีอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว ดังนั้น การเลี้ยงในตู้ไม้น้ำ จึงเป็นเรื่องที่ทำได้สบายๆ กับปลาชนิดนี้ครับ 


Reference :

 https://www.youtube.com/watch?v=TCylnVSIuS4


มาทำความรู้จักกันกับ ปลาช่อนเอเซียติก้า ปลาช่อนสวยงามแสนน่ารัก



    เป็นปลาช่อนอีกชนิดหนึ่งที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก พบกระจายพันธุ์ในแถบตอนกลางและตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำสวิ๋น ในมณฑลกวางสี และมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน และยังสามารถพบปลาช่อนชนิดนี้ได้ ในเกาะไหหลำไปจนถึงแม่น้ำแดงในประเทศเวียดนาม และยังมีรายงานพบในประเทศเวียดนาม และศรีลังกาอีกด้วย

    ปลาช่อนเอเซียติก้านี้มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 35 เซนติเมตร เป็นปลาช่อนอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในฐานะของการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ซึ่งเป็นปลาช่อนสวยงามที่มีราคาค่อนข้างสูง และมีความต้องการของตลาดปลาสวยงามมาก โดยเฉพาะในปลาที่มีความหลากหลายทางสีสันที่มีจุดสีแดงขนาดใหญ่ ที่ใช้ชื่อว่า "Red Spot" ที่พบในหมู่เกาะซะคิชิมะ จังหวัดโอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเป็นชนิดใหม่) นอกจากนี้ ในบางตัวที่ไม่มีจุดสีแดงนั้น ก็ยังมีลวดลายเป็นจุดสีขาว ตัดกับลำตัวสีเทาเข้ม ออกดำ ดูเหมือนดวงดาว ในท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วย

    เช่นเดียวกับญาติๆของมันอีกหลากหลายชนิด ปลาช่อนชนิดนี้ เป็นปลาที่ชอบกินเนื้อสัตว์ ดังนั้น อาหารที่เหมาะสมจะให้ ก็อาจจะเป็นแมลงชนิดๆต่างๆสลับกันไป เช่น หนอนนก,หนอนยักษ์,จิ้งหรีด,แมลงสาบเพาะเอง เป็นต้นครับ หรือไม่ก็เป็นพวกหนอนแดงแช่แข็งก็ได้ครับ



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************


วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ปลากระดี่ วาเลนติ นั้น มีการเลี้ยง และเพาะพันธุ์ได้อย่างไรบ้าง ?



    ปลากระดี่ วาเลนติ หรือ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sphaerichthys vaillanti นั้น เป็นปลากระดี่ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปลากระดี่ขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก เหมาะสมสำหรับการนำมาเลี้ยงในตู้ไม้น้ำ  ปลากระดี่ชนิดนี้นั้น  มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในเขตบอร์เนียว (ถูกค้นพบปี 1930) สำหรับแนวทางในการดูแลปลากระดี่ชนิดนี้นั้น ไม่ควรเลี้ยงปลากระดี่ชนิดนี้เป็นคู่ เหมือนญาติๆปลากระดี่ด้วยกัน อย่างปลา กระดี่ช็อคโกแลต ควรเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยให้เป็นเลขคี่จะดีที่สุด และขนาดของตู้ควรมีขนาดประมาณ 80 เซนติเมตรขึ้นไป และบรรยากาศภายในตู้เลี้ยงตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติ มีขอนไม้และพรรณไม้น้ำ และพืชลอยน้ำด้วยจะเป็นการดีมาก โดยอาจจะวัดค่า pH ให้อยู่ที่ประมาณ 4.0-6.5 จะเหมาะสมที่สุดครับ  และในส่วนของอุณหภูมินั้น สามารถเลี้ยงได้ในอุณหภูมิปกติของบ้านเราที่  25-28 องศาเซลเซียสได้เลยครับ  สำหรับปลากระดี่ชนิดนั้น สามารถจะมีขนาดเติบโตเต็มที่ได้ถึง 8 เซนติเมตรครับ  ในส่วนของเรื่องอาหารนั้น ปลากระดี่นี้ ก็จะชอบกินอาหารได้หลากหลายชนิด เช่นเดียวกับญาติๆของมันในชนิดอื่นๆ แต่จะ ชอบอาหารสดมากกว่าอาหารเม็ดครับ 


****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

การเพาะปลาซัคเกอร์ พานาเม็นทต์ หลังจากที่ไข่เป็นตัวแล้ว จะหาอาหารให้ลูกปลาวัยอ่อนได้อย่างไร ?



    ปลาซัคเกอร์ พานาเม็นทต์ นับได้ว่า เป็นปลาซัคเกอร์ที่ถ้าผู้เลี้ยงจัดระบบในตู้เลี้ยงได้เหมาะสมในระดับหนึ่งแล้ว  ก็เป็นปลาซัคเกอร์ที่สามารถให้ผลผลิตในที่เลี้ยงได้อย่างไม่ยากไปนัก อีกชนิดหนึ่ง โดยมีหลายๆครั้งที่ มักพบว่าปลาชนิดนี้ วางไข่ติดในตู้กระจกของผู้เลี้ยง  ซึ่งก็จะทำให้ผู้เลี้ยงค่อนข้างจะกังวลนิดหน่อย ว่าจะอนุบาลลูกปลาที่ออกมาอย่างไร ซึ่งในจุดนี้นั้น ก็อยากจะขอแนะนำว่า เราควรแยก พ่อและแม่พันธุ์ออกมา เพื่อที่จะอนุบาล รวมทั้งปลาอื่นๆด้วย ก็จะได้ผลในการเพาะพันธุ์ได้ดีกว่าการเลี้ยงรวมๆกันนะครับ ส่วนในเรื่องของอาหารของลูกปลาวัยอ่อนนั้น  เราสามารถใช้แผ่นกระเบื้องยางตากแดด จนตะไคร่ขึ้นปกคลุม มาเป็นอาหารให้กับลูกปลาวัยอ่อนได้ครับ  ทำครั้งละหลายๆแผ่น ทยอยนำเอามาให้ ซักพักพอลูกปลาโต ก็เริ่มให้อาหารสำเร็จรูปจมน้ำ และ อาหารสดที่จมน้ำอื่นๆ ให้เขาทานได้เหมือนปลาที่โตแล้วครับ  



****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

บรีดดิ้ง ฮาร์ท เตตร้า ปลาน่ารัก มีจุดสีสวย เหมือนหัวใจสีหวานใส...




  Bleeding Heart Tetra หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyphessobrycon erythrostigma เป็นปลาเตตร้าขนาดเล็กที่แหวกว่ายไปมา อยู่ในลำธารแถบอเมริกาใต้ ว่ายไป ว่ายมา คนคงเห็นว่าสวยดี น่าจะจับขายได้ เลยจับมาขายในตลาดปลาสวยงามเสียเลย ชะเอิงเอิงเอย... ( มันก็เป็นแบบนี้กันทุกปลา ไม่ใช่เร้อออ.....บรึ๋ยยย...) 
     ปลาชนิดนี้ จัดได้ว่าเป็นปลาเตตร้า ชนิด กลางใหญ่ กลางเล็ก คือขนาดที่โตเต็มที่ก็ได้ถึงประมาณ 3 นิ้วครึ่ง เลยทีเดียวในธรรมชาติ ในที่เลี้ยงก็อาจจะมีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อยครับ ในการเลี้ยงปลาชนิดนี้ ที่เหมาะสมที่สุดก็คือ การให้พวกเขาได้อยู่ร่วมกันเป็นฝูง และ พวกเขาจะแสดงสีสัน ในตัวเองได้อย่างเต็มที่ เมื่อรู้สึกว่าปลอดภัย และ ไม่เครียดครับ โดยความโดดเด่นของเขาก็สีแดง ที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับ รูปหัวใจ ที่อยู่ตรงกลางตัวนี่เอง ที่เป็นจุดเด่น ที่แตกต่างไปจากปลาชนิดอื่นๆดูเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครดีครับ สำหรับการเลี้ยงปลาชนิดนี้นั้น ผู้เลี้ยงสามารถจัดตู้เลี้ยง โดยการปลูกพรรณไม้น้ำให้ร่มครึ้มได้ตามใจ แต่ก็ควรจะมีที่ว่าง เอาไว้ ให้เขาได้แหวกว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจด้วยนะครับ โดยขนาดตู้เลี้ยงก็ควรที่จะไม่ต่ำว่า 15 แกลลอน ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่เลี้ยงได้ง่าย กินอาหารได้อย่างหลากหลาย จึงเหมาะสมที่จะเป็นปลาที่ผู้เลี้ยงมือใหม่สามารถที่จะนำมาเลี้ยงได้ครับ ปลาชนิดนี้นับได้ว่าเป็นปลาขนาดเล็กที่อายุยืนได้ถึง 10 ปีเลยทีเดียว ถ้าได้รับการดูแลที่ดีครับ
   สำหรับการแยกเพศของปลาชนิดนี้นั้น ปลาตัวผู้ จะมีเครื่องครีบต่างๆ และ ครีบทวาร ที่ยาวกว่าตัวเมียครับ ทำให้สามารถสังเกตเพศได้ไม่ยากจนเกินไปนักครับ ปลาชนิดนี้มีการสืบพันธุ์ โดยการผสมพันธุ์ และ วางไข่ ในกลุ่มไม้น้ำที่ลอยอยู่ ดังนั้น หลังจากปลาตัวผู้ และ ตัวเมีย ได้เข้าคู่กันวางไข่เรียบร้อยแล้ว ต้องทำการแยกพ่อและแม่พันธุ์ออกมา เพื่อที่ผู้เลี้ยงจะได้อนุบาลลูกปลาวัยอ่อนได้อย่างสะดวก โดยลูกปลาวัยอ่อน จะเริ่มฟักตัวออกจากไข่ หลังจากที่ตัวเมียได้วางไข่แล้วประมาณ 5 วันครับ หลังจากตัวอ่อนฟักออกมาแล้ว ก็ให้ผู้เลี้ยงรักษาคุณภาพน้ำให้ดี โดยเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 1 / 3 ทุกวันครับ ส่วนตัวอ่อน สามารถอนุบาลได้โดยการให้กินอาหารที่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ หรือ อาหารสำเร็จรูปสำหรับการอนุบาลลูกปลา ที่มีคุณภาพสูงครับ.

 ****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************
 


     พี่ๆ น้องๆ หลายๆ ท่านคงอยากจะเลี้ยงปลาปอมปาดัวร์ เป็นปลาสวยงามประจำบ้าน แต่เมื่อศึกษาข้อมูล แล้วก็พบว่า ปลาชนิดนี้นั้น เป็นปลาที่ ชอบกินอาหารสดเป็นชีวิตจิตใจ ไอ้เรื่องจะฝืนมาให้กินอาหารเม็ดนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะพวกปลาปอมฯ ป่า หรือ แม้กระทั่งปลาปอมฯ ที่ไม่ใช่ปอมฯ ป่า บางตัวถึงกับยอมอดตาย เพราะไม่แตะอาหารสำเร็จรูปเลยก็มีครับ ดังนั้น เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องหัดให้อาหารสดพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เช่น เพื่อความสะดวก , เพื่อความปลอดภัยของตัวปลาเอง เพราะว่า อาหารสดหลายๆ ชนิดนั้น เช่น ไส้เดือนน้ำ มักจะเป็นแหล่งกำเนิดของปรสิต และ พยาธิต่างๆ ได้ ซึ่งการฆ่าพวกปรสิตที่เราไม่ต้องการนี้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะถ้าใช้ยาฆ่า พวกอาหารสดพวกนี้ในปริมาณที่มากเกินไป ก็พลอยจะตายไปด้วยเช่นกัน หรือ ถ้าน้อยเกินไป ก็ฆ่าพยาธิต่างๆ ไม่ได้ผล หรือ แม้กระทั่งใช้ปริมาณได้อย่างถูกต้อง แต่ล้างน้ำไม่สะอาด ก็อาจจะมีปัญหากับปลาของเราได้เหมือนกันครับ และก็มีบางครั้งที่เราอาจจะติดธุระต่างๆ ไม่สะดวกที่จะมานั่งเตรียมการอาหารสดต่างๆ ให้ เช่น ต้องไปเดินทางตามต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายวัน ดังนั้น การที่ผู้เลี้ยงสามารถหัดให้ปลาปอมปาดัวร์ แสนรัก สามารถกินอาหารสำเร็จรูปได้นั้น จึงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ แต่อาจจะต้องทำใจแข็งหน่อยหนึ่ง ในการให้ปลาได้ค่อยๆ หัดกินอาหารสำเร็จรูป โดยอาจจะทดลองให้ผสมๆ กันไปก่อน ๆ เพิ่มปริมาณอาหารสำเร็จรูปให้มากขึ้น จนเป็นการให้อาหารสำเร็จรูปแทนทั้งหมด โดยอาจจะต้องอดอาหารสักหน่อย แล้วค่อยๆ ทดลองปรับการกินของพวกเขาดูอีกทีครับ

****************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า 

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak


****************************************************************

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ปลาเสือพ่นน้ำ นอกจากแมลงแล้ว กินอะไรได้บ้าง ?



    สำหรับ ปลาเสือพ่นน้ำ นั้น ภาพลักษณ์ของเขา จะเป็นภาพลักษณ์ของปลานักล่า  ที่ว่ายโฉบเฉี่ยวไปมาเหนือท้องน้ำ เผลอเป็นชู๊ตๆ แมลง ลงสู่ผิวน้ำแล้วก็กิน ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งวี่ทั้งวัน  แลทีนี้  พอจะมีผู้สนใจในการเลี้ยง แล้วจะนำไปเลี้ยงในที่ๆ ไม่มีแมลง  ก็พลอยจะหวาดเสียวไปด้วยว่า จะไม่มีอะไรให้กิน จะเอาลูกน้ำไปใส่ให้กิน เดี๋ยวกลายเป็นยุงในห้อง ก็อาจจะโดนภรรเมียบ่น เหมือนอย่างผู้เขียนเป็นต้น ถ้าภรรเมียเห็นยุงในห้องนอนเมื่อไหร่ มักจะหาว่าผู้เขียนเป็นตัวนำพามาทุกที  แหม่.... ตูข้า ไม่ใช่ผู้นำแห่งยุงหนา จะได้มียุงบินตามหน้า  ตามหลัง  แต่ก็พยายามไม่หือ ไม่อือ  เพราะว่ามันก็มีบางทีเปิดประตูทิ้งเอาไว้บ้างเหมือนกัน  ดังนั้นต่อให้แย้งไปยังไง ก็คงไม่ชนะ.... ( จริงๆ ก็ไม่เคยจะชนะอยู่แล้ว นักปราชญ์โบราณกล่าวเอาไว้ว่า ถ้ารักชีวิต อย่าคิดไปเถียงคุณเมีย (ฮา) )  ถ้าอย่างนั้น เราก็ปล่อยเลยตามเลยดีกว่า จะได้ไม่เป็นปัญหาในครอบครัว ไม่ได้คิดกลัว แค่เกรงใจ 555  

    ดังนั้น สำหรับผู้ที่กังวลว่า  ปลาเสือพ่นน้ำจะทานอะไรได้บ้างนั้น  ก็ต้องขอบอกว่า จริงๆ ปลาชนิดนี้ เป็นปลาที่เลี้ยงดู และ หาอาหารการกินได้ไม่ยากนัก ผู้เลี้ยง อาจจะใส่ปลาเล็กๆ เช่น ปลาหางนกยูง , ปลาสอดเล็กๆ เอาไว้เป็นฝูงๆ ก็ได้ เขาสามารถจะจับกินเป็นอาหารได้เช่นกัน หรือบางท่านก็มีความคิดสร้างสรรค์อย่างสูง โดยการหาไม้ยาวๆ เรียวๆ มาเสียบ เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู , เนื้อไก่ หรือ เนื้อกุ้งเอาไว้หลวมๆ แล้ววางล่อไว้ ให้ปลามาส่องกินก็ได้  แต่ควรจะดูว่า ปลาที่บ้านท่านสามารถหรือไม่ ในการยิงเอาอาหารมากิน ไม่งั้น อาหารอาจจะเน่าส่งกลิ่นเหม็นได้หนอ แต่ถ้าเขา ( ปลา ) สามารถยิงเอาอาหารมากินได้ ต่อไป ก็สามารถให้อาหารวิธีนี้ได้สบายครับ  อย่างไรก็ตาม ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนที่เคยเลี้ยงปลาพวกนี้  อาหารปลาดุกเม็ดเล็กๆ เขาก็กินได้เหมือนกันนะครับ  แต่อันนี้ไม่รับรองว่า จะกินได้ทุกตัวหรือเปล่า คงต้องดูเป็นแต่ละตัวไปด้วยครับ 


เรียบเรียง : กษิดิศ  วรรณุรักษ์


************************************************************

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า  

https://www.wowapp.com/w/meogui/Kasidit-Wannurak

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กลุ่ม facebook หน่อยจ้า เป็น กลุ่มเกี่ยวกับการสร้างคริสตัลวิทยาศาสตร์ 
และ งานฝีมือประเภท DIY อื่นๆ จ้า ถ้าพี่ๆน้องๆสนใจก็สามารถคลิ๊กลิงค์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมได้เลยนะครับ 

https://www.facebook.com/groups/2577308392511330/



จะเลี้ยงปลาเข็ม ให้เขากินอะไรดี ถ้าไม่มีอาหารสด ?



    พูดถึงปลาเข็มนั้น  หากย้อนวัยกลับไปได้ในอดีต ก็นับว่าเป็นปลาที่กระผมคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ด้วยความที่บ้านเมื่อครั้งในอดีตตอนเป็นเด็กตัวเล็กๆ นั้น เป็นบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากท้องร่องสวนมากนัก  จึงได้ไปช้อนปลาจำพวกนี้มาเลี้ยงอยู่บ่อย ๆ จนแม้กระทั่งย้ายออกจากบ้านเดิมที่เคยอยู่สมัยประถมที่แถวๆ วัดสน เขตราษฏร์บูรณะ  มาอยู่บ้านใหม่ ทางแถบจรัญสนิทวงศ์ ที่ไกลออกมาเยอะ ซึ่งทำให้อาจจะห่างจากโอกาสที่จะได้ไปเดินตามร่องสวนอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่ายังพอมีร่องสวน มีแม่น้ำอะไรให้ได้ชื่นชมความงาม ตามธรรมชาติอยู่  เพียงแต่ต้องเดินทางมาไกลบ้านซักหน่อย ไม่ได้ เดินไปชมง่ายๆ ไม่กี่นาที เหมือนดังเดิม 
    และเมื่อพูดถึงร่องสวนแล้ว การหาปลาเข็มมาเลี้ยงนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ เพราะโดยปกติแล้วตามแม่น้ำ ที่ยังไม่เน่าเสียของไทยเรานั้น ก็จะมีปลาเข็ม หรือ ในบางพื้นที่นั้น ก็จะเป็นญาติๆกันที่ตัวใหญ่กว่ามากๆ อย่างเช่นปลากระทุงเหว แหวกว่ายกันไปมาอย่างสำราญใจเลยทีเดียว  เช่นบริเวณพื้นที่ๆ อยู่ใกล้ปากน้ำทะเล มา บรรจบกับน้ำจืดครับ
    เนื่องจากปลาเข็มนั้นเป็นปลาที่ค่อนข้างชอบกินอาหารสด และ มีแนวทางการกินอาหารสดได้อย่างจำกัด คือมักจะกินได้เฉพาะอาหารสดที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ หรือ กลางน้ำ เป็นหลักเท่านั้น สำหรับในพื้นที่ๆ สามารถหาอาหารสดขนาดเล็กๆ ที่ปลาเข็มชื่นชอบ เช่น ไรน้ำ , ลูกน้ำ , แมลงน้ำ ฯลฯ มากมายมาให้ปลาเข็มกินได้ไม่ยากนั้น ก็ดูจะไม่มีปัญหาเท่าใด แต่สำหรับ ท่านที่ชอบปลาเข็ม แต่ไม่ค่อยสะดวกในการให้อาหารสดนั้น  ก็จะพอเบาใจได้ว่า สามารถให้อาหารสำเร็จรูปแบบแผ่นหรือแบบกึ่งลอยกึ่งจมที่มีคุณภาพดีขึ้นได้ในปัจจุบัน เป็นอาหารให้กับเขาได้เป็นอย่างดีครับ หรือถ้ามีเวลาผู้เลี้ยงก็อาจจะหาอาหารสดที่เขาชอบมาบำรุงเพิ่มเติมก็ได้เช่นกัน แลถ้าอยากให้ปลาแข็งแรงก็อาจจะใช้  พวกใบพาย เล็กพายน้ำในภาชนะดินเผาเป็นน้ำวนเบาๆ ( ปลาพวกนี้ไม่ถูกกับภาชนะที่ผลิตจากวัตถุอื่นๆ นอกจากพวกดินครับ )  ปลาก็จะได้ว่ายน้ำออกกำลังกาย เป็นการทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ด้วยครับ  เทคนิคนี้ ผู้เลี้ยงและเพาะปลาเข็มรุ่นมือเก๋า  ที่ใช้ในการเพาะปลาเข็มแข่ง ได้เล่าสู่กันฟังสืบมาครับ  พี่ๆน้องๆท่านในสนใจก็ลองนำไปปฏิบัติดูครับ  จะได้เป็นผลดีกับ ปลาเข็มแสนรักของท่านครับ
เรียบเรียง : กษิดิศ  วรรณุรักษ์
***************************************************************************
แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า  
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กลุ่ม facebook หน่อยจ้า เป็น กลุ่มเกี่ยวกับการสร้างคริสตัลวิทยาศาสตร์ และ งานฝีมือประเภท DIY อื่นๆ จ้า ถ้าพี่ๆน้องๆสนใจก็สามารถคลิ๊กลิงค์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมได้เลยนะครับ 

เราจะมีแนวทางในการเพาะปลาซิวกาแล็กซี่ ( Galaxy Rasbora ) ได้อย่างไร ?



ปลาซิวกาแล็กซี่ เป็นปลาซิวอีกชนิดหนึ่ง ที่ปัจจุบันนี้ ได้รับความนิยมในการเลี้ยงค่อนข้างมาก เนื่องจากความสวยงามมีเสน่ห์ของเขา เป็นที่ประทับใจสำหรับผู้ที่ได้เห็น  และ เป็นปลาซิวที่มีจำหน่ายในร้านที่จำหน่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์และไม้น้ำต่างๆ ในบ้านเราเกือบตลอดทั้งปี  
    ปัจจุบันนี้ก็มีผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลก ที่ให้ความสนใจที่จะทำการเพาะเลี้ยงเจ้าปลาซิวชนิดนี้อยู่กันมากมายเลยทีเดียว  ซึ่งจากการที่กระผมได้ลองศึกษาดู ก็พบว่า ปลาซิวชนิดนี้ชอบอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งที่ค่อนข้างเย็น หรือ ไม่ร้อนจนเกินไปนัก ในบ่อเพาะพันธุ์  อาจจะเป็นบ่อปูนก็ได้  ผู้ต้องการเพาะ ก็ขอให้ใส่พ่อและแม่พันธุ์ลงไปในบ่อเหล่านั้น  ส่วนพืชที่ปลูกในอ่างเพาะนั้น ก็อาจจะเป็นพวกสาหร่ายชนิดต่างๆ หรือ ปลูกมอสชนิดต่างๆเอาไว้ในถ้วย  ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว พืชน้ำเหล่านี้ จะมีสิ่งมีชีวิตที่เป็นจุลชีวัน กำเนิดขึ้นเอง ซึ่งจะกลายเป็นอาหารสำหรับลูกปลาวัยอ่อน และ ใบของไม้น้ำต่างๆ เหล่านี้ ก็จะเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของลูกปลาได้ครับ  
   สำหรับเทคนิควิธีในการเพาะพันธุ์นั้น ให้ผู้เลี้ยงคัดพ่อและแม่ปลานำมาเลี้ยงเอาไว้ในตู้เดียวกัน โดยอาจจะให้ปลาตัวเมียมากกว่าปลาตัวผู้เล็กน้อยก็ได้ และสังเกตว่าปลาจะเริ่มทำการจับคู่กัน โดยมักจะเข้าไปใข่ในบริเวณที่เราใส่พืชน้ำเอาไว้หนาแน่น จากนั้นเมื่อสังเกตว่าพ่อและแม่ปลานั้นไข่ออกมาหมดแล้ว เราก็จะแยกพ่อและแม่ปลาออกมาก็ได้ครับ ให้ในตู้นั้นเหลือ แต่ไข่ที่แม่ปลาวางเอาไว้ ( ไข่จะเป็นเม็ดกลมๆ มีขนาดเล็ก พอสังเกตได้ด้วยตา ) เราก็ปล่อยเอาไว้ในตู้จนไข่ฟัก และเมื่อผู้เลี้ยงสังเกตเห็นมีลูกปลาเกิดขึ้นมาแล้วในที่เพาะ ก็อาจจะหาพวกไรฝุ่น , ไรทะเล เกิดใหม่ มาใส่เอาไว้ เพื่อเป็นอาหารให้กับพวกเขาอีกทีครับ และหลังจากลูกปลาเริ่มโตแล้ว ก็ค่อยทำการแยกออกจากบ่อเพาะอีกทีครับ 

แอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์แนวใหม่ เพียงแค่โหลดมาเล่น ก็ได้รายได้จากค่าโฆษณาของแอ็พฯแบ่งมาให้เรา ถ้าสนใจ โหลดเลย ลิงค์อยู่ด้านล่างจ้า  
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กลุ่ม facebook หน่อยจ้า เป็น กลุ่มเกี่ยวกับการสร้างคริสตัลวิทยาศาสตร์ และ งานฝีมือประเภท DIY อื่นๆ จ้า ถ้าพี่ๆน้องๆสนใจก็สามารถคลิ๊กลิงค์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมได้เลยนะครับ 

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แนวทางการเลี้ยงปลาเอนเลอร์


ปลาเอนเลอร์ รุ่นแรกๆ ที่มีการบันทึกว่า ได้มีการนำมาเลี้ยงในหมู่ผู้นิยมปลาสวยงามนั้น   เป็นปลาที่ถูกจับมาโดย Mr. Frankly F.Bond  ในระหว่างปี คริสต์ ศํกราช 1930 ( นานมากๆๆๆๆ )  และ ต่อมาในประมาณ ปี ค.ศ. 1970 , ศาสตราจารย์  John A. Endler ได้ทำการเก็บตัวอย่าง ของปลาชนิดนี้  ( Poecilia sp. ) จากพื้นที่ ตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ เวเนซุเอล่า ( ดินแดนแห่งสาวงามระดับโลก  และ ก็มีปลาที่สวยงามมากมาย หลายชนิดเช่นกัน  )
ปลาชนิดนี้นั้น  ได้รับชื่อเรียกสามัญ ในช่วงปี 1980 ภายหลังจากการเก็บรวบรวม โดย ดอกเตอร์ Kallman ที่ได้แนะนำให้มีการเลี้ยงปลาชนิดนี้ ในอะควาเรี่ยมต่างๆ ในประเทศเยอรมัน  โดยที่มาของการตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า ปลา Endler เพื่อเป็นเกียรติแก่ ศาสตราจารย์  John A. Endler นั่นเองครับ
สำหรับการแบ่งประเภท การเรียก รูปแบบของ เอนเลอร์ นั้น  ถ้าเป็น เอนเลอร์ ที่ถูกจับจากธรรมชาติ และรู้แหล่งที่มา   จะเรียกกันในวงการวิทยาศาสตร์ว่า “ Class N “ และ ถ้าไม่ทราบที่มา แต่ดูรูปร่าง และสีสันแล้ว เป็น เอนเลอร์ ชัวร์ๆ แน่แท้ แน่นอน  เราก็จะเรียกกันว่า “ Class P “ ส่วน ปลา เอนเลอร์  ที่ได้รับการเพาะเลี้ยง และ  ครอสข้ามชนิดกับ ปลาในตระกูลใกล้เคียงกันออกมา หรือ ปลาลูกผสมนั่นเอง  ในวงการจะเรียกเป็น ปลา เอนเลอร์ “ Class K “ ครับ
เมื่อดูจากรูปร่างภายนอกแล้ว ปลาเอนเลอร์  เป็นปลาที่มีรูปร่างลักษณะ ใกล้เคียงกัน ปลาหางนกยูงมาก แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นปลาที่มีความใกล้เคียงทางพันธุกรรมกับปลาสอดมากกว่า ปลาหางนกยูง เสียอีกครับ  แต่การนำมาผสมข้ามนั้น ผสมกับพวกปลาหางนกยูง ดูจะง่ายกว่าเป็นไหนๆครับ  เรื่องนี้ ก็นับว่าแปลกอยู่เหมือนกัน ( ฮา ) 

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

แนวทางการเลี้ยงปลาช่อนข้าหลวง ควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?






      ปลาช่อนชนิดนี้ เป็นปลาช่อนชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์ปลาช่อน (Channidae) ที่มีความสวยงามโดดเด่นในประเทศไทยอีกชนิดหนึ่ง ปลาช่อนชนิดนี้มีลักษณะเด่นที่มีพื้นลำตัวออกสีเหลือบเขียวอ่อนหน่อยๆ และมีลวดลายสีเหลืองทองออกสีส้มสลับกับจุดแต้มสีดำ ครีบมีจุดประสีเหลืองสด ท้องสีจาง ปลาช่อนข้าหลวงที่มีขนาดโตเต็มที่จะมีความยาวประมาณ 90 เซนติเมตร ในประเทศไทยนั้น เราจะพบปลาช่อนชนิดนี้ เฉพาะในภาคใต้เท่านั้น โดยเป็นปลาช่อนที่พบได้บริเวณเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเราอาจจะพบวาไรตี้ของปลาช่อนชนิดนี้ เพิ่มที่บริเวณพื้นที่อื่นอีก เช่นที่มาเลเซีย ไปจนถึงอินโดนีเซีย เช่น เกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว มักอาศัยตามแม่น้ำสายใหญ่หรือลำธารขนาดใหญ่ในป่าหรือพรรณไม้ชายฝั่งหนาแน่น โดยจะหลบอยู่ใต้ร่มเงาของไม้นั้น นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมากกว่าจะนำมาบริโภค โดยปลาที่พบที่เขื่อนรัชชประภาของไทยจะมีสีเหลืองที่สดสวยกว่าปลาช่อนข้าหลวงชนิดที่พบได้มากในประเทศมาเลเซีย ลูกปลาช่อนข้าหลวง ที่มีขนาดเล็กนั้น สีสัน และลวดลายจะยังไม่ชัดเจน ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อน ถึงเข้ม และมีขีดดำพาดผ่านตลอดแนวลำตัวมองเห็นชัดเจน ลูกปลาในช่วงแรกเกิดถึงขนาดประมาณ 2 นิ้ว จะอยู่รวมกันเป็นฝูง (ลูกครอก) เหมือนปลาช่อน โดยมีพ่อ และแม่ปลา คอยให้ความคุ้มครอง จากปลาชนิดอื่นที่จะเข้ามากินลูกปลา ( ดังนั้นเราไม่ควรจะไปล่าพ่อและแม่ปลาโดยเด็ดขาด ใครล่านี่ คนเขียนขอให้จุ๊กกรู้ไม่ขันจริงๆด้วยนะ ) แต่เมื่อลูกปลาช่อนมีขนาดตั้งแต่ 3 นิ้วขึ้นไป ลูกปลาก็จะเริ่มแยกตัวออกหากินเองตามวิถีชีวิตของแต่ละตัวต่อไป สำหรับอาหารของลูกปลาในวัยนี้ ก็ได้แก่พวก ลูกน้ำ, ไรทะเล, แมลงขนาดเล็กต่างๆ และจะเปลี่ยนไปตามขนาดของตัวปลา ผู้เลี้ยงสามารถฝึกปลาช่อนข้าหลวงนี่ให้กินอาหารสด เช่นกุ้งขาวหั่นชิ้นเล็กๆหรือกุ้งฝอยแช่แข็งได้ อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังในการให้อาหารด้วย เนื่องจากเป็นปลาที่บางครั้ง มีการโฉบกินอาหารอย่างรุนแรง จึงควรใช้อุปกรณ์ต่างๆในการป้อนอาหาร หลีกเลี่ยงการให้อาหารปลาชนิดนี้ ด้วยมือหรือนิ้วเปล่าๆ  การให้อาหารแก่ลูกปลาเล็กที่เลี้ยงรวมกันเป็นฝูง จะทำให้ปลาเชื่องเร็ว และกินอาหารได้ดีขึ้น เพราะปลาจะระแวงในการเข้ามากินอาหารน้อยลง ลูกปลาช่อนชนิดนี้ที่มีขนาดเล็กสามารถปรับตัวให้คุ้นกับสถานที่เลี้ยงดีกว่าปลาใหญ่ และสามารถฝึกให้กินอาหารได้หลายชนิด รวมทั้งอาหารเม็ด ได้อีกด้วย สำหรับปลาที่โตแล้ว (ปลาที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ) จะใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยกับที่เลี้ยง และ ผู้เลี้ยงมากกว่า และหากเลี้ยงตั้งแต่ขนาดเล็กๆ เลย ปลาบางตัวจะมีความคุ้นเคยกับเจ้าของอย่างน่าอัศจรรย์ใจ 


                     ปลาช่อนข้าหลวง เป็นปลาที่สามารถทำการฝึกให้คุ้นเคยกับผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี


    ปลาช่อนข้าหลวงเป็นปลาที่ไม่เรื่องมากนักในเรื่องของค่าต่างๆในน้ำ เหมือนกับการเลี้ยงปลาทั่วๆ ไป ขอเพียงแค่เป็นน้ำที่ไม่มีคลอรีนแรงๆก็เพียงพอ แต่น้ำที่เลี้ยงควรใช้น้ำที่สะอาด มีขอนไม้แช่ในน้ำพอประมาณ เพื่อให้ได้สารแทนนินที่ละลายออกมาจากขอนไม้ ทำให้น้ำเป็นกรดอ่อนๆ น้ำจะออกสีเหลืองอ่อนๆ ซึ่งจะทำให้สีของปลาเข้มขึ้นเรื่องของตู้เลี้ยง ปลาช่อนข้าหลวงนั้นสามารถโตได้เต็มที่ประมาณ 90 เซนติเมตร หรือประมาณ 36 นิ้ว (แต่ในตู้เลี้ยงที่มีขนาดไม่ใหญ่มากจริงๆ อาจจะไม่ถึง) ดังนั้นตู้ที่เลี้ยงปลาชนิดนี้ จึงควรมีขนาดใหญ่พอประมาณ หากเลี้ยงตัวเดียว ตู้ควรมีขนาดไม่น้อยกว่า 36 นิ้ว มีที่หลบซ่อนให้พอสมควร แต่ถ้าจะเลี้ยงรวมกัน ก็ไม่ควรต่ำกว่า 5-6 ตัวขึ้นไป และตู้เลี้ยงควรจะต้องมีขนาดตั้งแต่ 48-60 นิ้วขึ้นไป เพราะปลาจะได้มีที่ว่ายหลบหลีกกันบ้าง และลดความเครียดให้กับปลาได้อีกด้วย ในส่วนของอุณหภูมิในที่เลี้ยง เนื่องจากปลาชนิดนี้ เป็นปลาในย่านอาเซียนอยู่แล้ว ทำให้ปลาสามารถเลี้ยงตู้เลี้ยงได้อย่างสบาย ในอุณหภูมิปกติโดยเฉลี่ยของภูมิภาคนี้  คือประมาณ 25 – 30 องศาเซลเซียส ( แต่ช่วงอากาศเย็นมากๆ หรือ ร้อนจัดๆ ก็ต้องคอยระวังเฝ้าดูแล และแก้ไขปัญหาไปตามสมควรแก่สถานการณ์ด้วยนะครับ เพราะในบางช่วงของปี อากาศบ้านเราก็เย็นสุดจิต หรือ ร้อนอิ๊บอ๋าย ได้เช่นกัน ขนาดคนยังแทบทนไม่ได้ นับประสาอะไรกับปลาน้ำจืดตัวหนึ่ง... )  ส่วนข้อพึงระวัง สำหรับปลาชนิดนี้ก็เหมือนปลาตะกูลปลาช่อนทั่วไป คือกระโดดเก่ง (มากๆ) ดังนั้นในตู้ที่เลี้ยงจำเป็นที่จะต้องมีฝาปิดมิดชิด ควรหาวัสดุปิดช่องกรองให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการกระโดดเข้าไปแห้งตายด้วย นอกจากนี้ การเปลี่ยนน้ำไม่ควรทำในปริมาณมากๆ ควรเปลี่ยนครั้งละไม่เกิน 20% ต่อสัปดาห์ ด้วยน้ำสะอาดที่ไม่มีคลอรีนเจือปนครับ และ ถ้าท่านทำได้ตามนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้ว่า ปลาช่อนชนิดนี้ จะสวยขั้น เป็นปลา “โชว์แขก “ ประจำบ้าน ได้อย่างสบายๆ อีกชนิดหนึ่งเลยล่ะครับ และถ้าท่านใดเลี้ยงเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็อาจจะเห็นการจับคู่ผสมพันธุ์กันในที่เลี้ยง ให้ได้ชื่นใจกัน ก็เป็นไปได้ครับ

เรียบเรียง : กษิดิศ  วรรณุรักษ์ 

เครดิตเพิ่มเติม